Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - zilog

Pages: [1] 2 3 ... 5
1
PIC BASIC PRO เป็นของไม่ฟรี ( มีตัวแทนใน ไทย ด้วย )
ใช้เพื่อการศึกษา เพื่อเรียนรู้ เพื่อการทดสอบ ไม่หวังกำไรอะไร ก็คงไม่มีปัญหาอะไร พอเข้าใจกันได้
แต่หากคิดทำเป็น Product ก็ควรทำให้ถูกต้องเสีย
แล้วจะได้การ Support จากผู้ผลิต เพื่อแก้ปัญหาอะไรต่างๆ ที่เกิดจากการใช้ โปรแกรม ของเขา ปรึกษาเขาได้
ทำให้มีทางออกของการทำ Product ได้ง่ายกว่านะครับ
จริงๆ โปรแกรมที่ทำขายกัน มีการ Support ของผู้ผลิตอยู่แล้ว เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับลูกค้า
สามารถใช้บริการได้ เมื่อเกิดปัญหาอะไรในการใช้งาน เพียงแต่ไม่มีอะไรได้มาอย่างฟรีๆ นะครับ.

2
เรื่องราวมีอยู่ว่า ...
แต่ก่อน มีแม่ทัพคนหนึ่งเล่น หมากล้อม เก่งมาก ฝีมือแม่ทัพดีหาคนเล่นชนะได้ยาก และก็ภูมิใจในฝีมือตนมาก
วันหนึ่ง แม่ทัพออกรบ ผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เห็นบ้านเล็ก ๆ หลังหนึ่ง มีป้ายติดว่า “หมากล้อม อันดับ 1 ของประเทศ”
แม่ทัพเห็นแล้วรู้สึกไม่ยอมรับในใจ จึงพักทัพ แวะเข้าไปหาเจ้าของบ้าน ขอประลองหมากล้อมด้วย
ปรากฎว่า เจ้าของบ้านแพ้ทั้ง 3 กระดาน

แม่ทัพยิ้ม เอามือลูบเครา พลางหัวเราะใส่เจ้าของบ้าน  “เหอะๆ..แกเอาป้ายลงได้แล้ว”
แล้วแม่ทัพก็ไปออกรบด้วยความกระหยิ่มในฝีมือการวาง หมากล้อม และวิสัยทัศน์ในกลยุทธของตน

หลังจากนั้นไม่นาน แม่ทัพรบชนะกลับมา ผ่านมาที่เดิม
ก็ยังเห็นป้าย อันดับ 1 แขวนอยู่ที่บ้านหลังเดิม ก็อดไม่ได้ แม่ทัพจึงเข้าไปหาเจ้าของบ้าน และท้าดวลอีก


คราวนี้แม่ทัพบอกสำทับเจ้าของบ้านว่า เล่นให้ดี ถ้าชนะจะให้รางวัล แต่ถ้าแพ้ จะปลดป้ายอวดดีที่ติดไว้หน้าบ้านทิ้ง
แต่ปรากฎว่าครั้งนี้ แม่ทัพกลับพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงทั้ง 3 กระดาน ไม่เหลือเค้าลางความเก่งเดิมที่เคยทะนงในฝีมือ

แม่ทัพประหลาดใจมาก ถามเจ้าของบ้านว่าเพราะอะไร ? ไปฝึกที่ไหนเพื่อมาแก้มือหรือเปล่า ? รู้สึกไม่อาจยอมรับได้ว่าเจ้าของบ้านเก่งกว่า เลยอ้างว่าเพิ่งเดินทัพกลับมายังเหนื่อยล้า พรุ่งนี้จะมาเล่นด้วยใหม่

เป็นอย่างนี้ สามวัน ทุกวันแม่ทัพแพ้หมากล้อมอย่างหมดรูป 3 กระดาน ทั้งสามวัน จนไม่อาจไม่ยอมรับว่าฝีมือตนด้อยกว่า และไม่มีเหตุผลใดกล่าวอ้างอีก จึงยอมรับนับถือฝีมือเจ้าบ้านอย่างจริงใจ ยอมตบรางวัลให้ตามสัญญา แต่ก็ยังอดถามไม่ได้ว่า แล้วทำไม


เจ้าบ้านขอร้องให้แม่ทัพรับปากว่าถ้าตอบตามจริงแล้วจะไม่มีโทษ แม่ทัพให้สัตย์

เจ้าของบ้านจึงตอบตามตรงว่า

เพราะท่านเป็นแม่ทัพ และข้าเป็นผู้น้อย  วันแรกที่เจอกัน ท่านเดินทัพไปรบแต่กลับอดไม่ได้ต้องแวะมาลองฝีมือกับข้าพเจ้า ย่อมแสดงว่าท่านรู้สึกไม่ยอมรับนับถือผู้ใดในสิ่งที่ท่านคิดว่าท่านเก่งกว่า อีกทั้งเมื่อเดินหมากท่วงทีกลยุทธเดินหมากท่านดุดันวางรุกรุนแรงหมายกินพื้นที่ไม่เหลือ มุ่งหมายชนะถ่ายเดียว ข้าพเจ้าจึงรู้ว่าแพ้ชนะมีผลต่อความมั่นใจของท่านในการออกรบ ครั้งก่อนนั้น ท่านกำลังมีภารกิจต้องไปออกรบ ข้าน้อยจะไปลบเหลี่ยม ทำให้ท่านหมดขวัญกำลังใจไม่ได้


แต่ครั้งนี้ ท่านชนะกลับมา และบังคับให้ข้าน้อยเล่นอีก ถ้าแพ้จะปลดป้ายของข้าน้อยออก จึงมิอาจออมมือให้แล้วขอรับ”

แม่ทัพพยักหน้ายอมรับในเหตุผล ที่เจ้าของบ้านอ่านได้กระจ่าง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าไม่พึงใจออกมา แต่ก็ไม่ว่ากระไร มอบรางวัลแล้วกลับไปยังทัพของตน พอถึงที่พักก็คิดว่า คนที่อ่านกลหมากได้จนรู้ความคิดอ่านของตนย่อมจะเป็นภัย ใครรู้ว่าแม่ทัพแพ้หมดรูปขนาดนั้นถึงไหนอายถึงนั่น จึงสั่งลูกน้องคนสนิทให้ไปฆ่าเจ้าของบ้านเสีย โดยให้เหตุผลว่าถ้าข้าศึกรู้ว่ามีคนนี้อยู่อาจเอาไปใช้เป็นประโยชน์ในการศึกคราวต่อไป แต่เมื่อไปถึง เจ้าของบ้านก็เก็บของและป้ายนั้นพร้อมออกเดินทางหายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว

คนที่เก่งจริงในโลกนี้ คือคนชนะได้ แต่ไม่จำเป็นต้องชนะ
มีใจกว้างขวางพอที่จะให้คนอื่นได้ชนะ ได้ภูมิใจในฝีมือของตน ได้ไปรบในสนามรบของตนอย่างมั่นใจ

การใช้ชีวิต ก็เหมือนกัน
รู้ ไม่จำเป็นต้องพูด ไม่พูด ใช่ว่าจะไม่รู้


หากคุณพูดในสิ่งที่คุณรู้ แต่เป็นเรื่องที่เจ้าของเรื่องไม่อยากให้รู้ หรือไม่คิดว่าคนอื่นจะรู้ คุณไม่ได้มิตร แต่ได้ศัตรู
คนทุกคนบอกว่ารับความจริงได้ ต้องการให้คุณพูดความจริง แต่พอคุณพูดแล้ว ใช่ว่าจะรับได้ทุกคน อาจจะโกรธคุณอีกต่างหาก ที่เสือกรู้ความจริงในใจ หรือความคิดของเขา

การที่เขาบอกให้คุณพูดความจริง ที่จริงแค่ต้องการจะรู้ว่าคุณรู้เท่าไหน แต่ไม่ได้หมายความว่ารับความจริงได้ เมื่อรู้ว่าคุณรู้เยอะมาก เยอะกว่าที่เขาคาดไว้ เขาย่อมโกรธคุณ เพราะ “รู้ทัน” หรือไม่ทำใจยอมรับได้ว่า ในเรื่องนั้นคุณเก่งกว่า รู้เยอะกว่าเขา

ต่อหน้าคนใจแคบ คุณต้องใจกว้าง ถ้าทำใจกว้างไม่ได้ ก็ต้องแกล้งโง่ เพราะไม่มีทางทำให้เขาพึงใจในความเก่งของคุณได้ ต่อให้เขายอมรับก็ยอมรับด้วยความรู้สึกไม่ยินยอม และมุ่งจะเอาชนะท่านให้ได้ มีแต่เสียกับเสีย

ต่อหน้าคนใจกว้าง คูณแสดงความสามารถได้ตามจริง เต็มเท่าที่คุณมี แต่ก็ยากนักที่จะเจอคนใจกว้างได้ง่ายๆ ในสังคมปัจจุบัน


คนเก่งหมากล้อมอ่านพินิจวิธีการเดินหมากล้อมก็เห็นความคิดอ่าน
คนเก่งใช้ชีวิต ก็ต้องอ่านพินิจวิธีคิดอ่านของคนที่ตนพบด้วย เพราะมีผลต่อการปฏิสัมพันธ์กันในอนาคต


ที่มา หมากล้อม อ่านความคิดพินิจคน

3
ข้อแรกจะเข้าใจง่ายกว่านี้ ถ้าเอาคำในวงเล็บมาเขียนตั้งแต่ทีแรก  แล้วตัดคำประโยคแรกออกไป....
คนแชร์ต้นทาง (Credit :  Thawat hongsa) จะดูหล่อกว่านี้ ถ้าบอกว่าแปลมาจากไหน หรือต้นฉบับมาจากที่ไหน (หรือผมไม่เห็น)
เพราะวลีคำ เป็นสำนวนต่างประเทศค่อนข้างชัดเจน  :-X

มีหลายแห่งเหมือนกันที่อ้างอืงเรื่องนี้ครับ เช่น
http://paepae.exteen.com/20060508/entry
https://www.blognone.com/node/2286
หลักการเขียนโปรแกรม-50-ข้อ
หลักการเขียนโปรแกรม 50 ข้อ

ซึงก็ไม่มีการอ้างอิงที่มาอย่างชัดเจนเช่นกัน

และถึงแม้จะไม่ชัดเจนในเรื่องนี้ แต่ก็คิดเห็นว่าข้อคิดเหล่านี้ ในหลายๆข้อ
น่าจะเป็นแนวคิดที่ดีต่อนักพัฒนานะครับ

และเห็นด้วยกับท่าน Lastman นะครับ ที่สำนวนในคำต่างๆนั้น ต้นฉบับน่าจะมาจากต่างประเทศ

4
50 ข้อคิดสำหรับนักพัฒนาโปรแกรมที่ควรรู้ไว้

1.โปรแกรมแบบพอเพียง(ทำอะไรให้เล็กที่สุดเท่าที่เป็นไปได้)
2.ทำสิ่งธรรมดาให้ง่าย ทำสิ่งยากให้เป็นไปได้
3.จงโปรแกรมโดยนึกว่าจะมีคนมาทำต่ออย่างแน่นอน
4.ระเบียบ กฏข้อบังคับ เชื่อมั่นไม่ได้แล้ว ถ้ามีเพียงหนึ่งโมดูลไม่ปฏิบัติตาม
5.ตัดสินใจให้ดีระหว่างความชัดเจน(clearance) กับ การขยายได้(extensibility)
6.อย่าเชื่อมั่น output จากโมดูลอื่น ถึงแม้เราจะเป็นคนเขียนเอง
7.ถ้าคนเขียนยังเข้าใจได้ยาก แล้วคนอ่านจะเข้าใจได้ยากกว่าแค่ไหน
8.ค้นหาข้อมูลสามวันแล้วทำหนึ่งวัน หรือจะทำสามวันแล้วแก้บั๊กตลอดไป
9.จงสร้างเครื่องมือ ก่อนทำงาน
10.อย่าโทษโมดูลอื่นก่อน โดยเฉพาะถ้าโมดูลอื่นเป็น OS และ Compiler
11.พยายามทำตามกฏ แต่ถ้ามีข้อยกเว้น ต้องมีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วประกาศและตะโกนให้ดังที่สุด
12.High cohesion Loose coupling. (ยึดเกาะให้สูงสุดในโมดูล และ เกาะเกี่ยวกับโมดูลอื่นให้น้อยที่สุด)
13.ให้สิ่งที่เกี่ยวข้องกันยิ่งมากอยู่ไกล้กันมากที่ สุด
14.อย่าเชื่อโดยไม่พิสูจน์
15.อย่าลองทำแล้วคอมไพล์ดู ถ้าเราไม่ได้คาดหวังผลลัพธ์อะไรไว้ (อย่างเช่นปัญหา index off by one)
16.จงกระจายความรู้เพราะนั่นคือการทำ Unit Test ระดับล่างสุด(ระดับความคิด)
17.อย่าเอาทุกอย่างใส่ใน UI เพราะ UI คือส่วนที่ Unit Test ได้ยาก
18.ทั้งโปรเจ็คต์ควรไปในทางเดียวกันมากที่สุด( Consistency )
19.ถ้ามีสิ่งที่ดีอยู่แล้วจงใช้มัน อย่าเขียนเอง ถ้าจำเป็นต้องเขียนเอง ให้ศึกษาจากข้อผิดพลาดในอดีตก่อน
20.อย่ามั่นใจเอาโค้ดไปใช้จนกว่าจะ test อย่างเพียงพอ
21.เอาโค้ดที่ test ไว้ที่เดียวกันกับโค้ดที่ถูก test เสมอ
22.ทุกครั้งที่แก้ไขโค้ดให้ run unit test ทุกครั้ง
23.จงใช้ Unit Test แต่อย่าเชื่อมั่นทุกอย่างใน Unit Test เพราะ Unit Test ก็ผิดได้
24.ถ้าต้องทำอะไรที่ซ้ำกันมากกว่าหนึ่งครั้ง ก็เพียงพอแล้วที่จะแยกโค้ดส่วนนั้นออก
25.ทำให้ใช้งานได้ก่อน แล้วค่อย optimize และถ้าไม่จำเป็น อย่าoptimize
26.ยิ่งประสิทธิภาพเพิ่ม ความเข้าใจง่ายจะลดลง
27.ใช้ Design Pattern ที่เป็นที่รู้จักจะได้คุยกับใครได้รู้เรื่อง
28.อย่าเก็บไว้ทำทีหลัง ถ้ายังไงก็ต้องทำ
29.MutiThreading ไม่ใช่แค่การเพิ่มประสิทธิภาพ แต่มันมาพร้อมกับ Concerency, Deadlock, IsolationLevel, Hard to debug, Undeterministic Errors.
30.จงทำอย่างโจ่งแจ้ง
31.อย่าเพิ่ม technology โดยไม่จำเป็น เพราะนั่นทำให้โปรแกรมเมอร์ต้องวุ่นวายมากขึ้น
32.จงทำโปรเจ็คต์ โดยคิดว่าความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ
33.อย่าย่อชื่อตัวแปรถ้าไม่จำเป็น เดี๋ยวนี้ IDE มันช่วยขึ้นเยอะแล้วไม่ต้องพิมพ์เองแค่ dot มันก็ขึ้นมาให้เลือก
34.อย่าใช้ i, j , k , result, index , name, param เป็นชื่อตัวแปร
35.ทำโค้ดที่ต้องสื่อสารผ่านเครือข่ายให้คุยกันน้อยท ี่สุด
36.แบ่งแยกดีดี ระหว่าง Exception message ในแต่ละเลเยอร์ ว่าต้องการบอกผู้ใช้ หรือ บอกโปรแกรมเมอร์
37.ที่ระดับ UI ต้องมี catch all exception เสมอเพื่อกรอง Exception ที่ลืมดักจับ
38.ระวัง คอลัมภ์ allow null ใน database ดีดี ค่า มัน convert ไม่ได้
39. อย่าลืมว่า Database เป็น global variable ประเภทหนึ่ง แต่ละโปรแกรมที่ติดต่อเปรียบเหมือน MultiThreading ดังนั้นกฏของ Multithreading ต้องกระทำเมื่อทำงานกับ Database
40.ระวังอย่าให้ logic if then else ซ้อนกันมากมาก เพราะสมองคนไม่ใช่ CPU จินตนาการไม่ออกหรอกว่ามันอยู่ตรงไหนเวลา Debug (ถ้ามากกว่าสามชั้นก็ลองคิดใหม่ดูว่าเขียนแบบอื่นได้ มั้ย)
41.ระวังอย่าให้ลูปซ้อนกันมากมาก ไม่ใช่แค่เรื่องความเร็วอย่างเดียว เวลา Debug เราคิดตามมันไม่ได้ (ถ้าเกินสามชั้นก็ไม่ไหวแล้ว)
42. อย่าใช้ Magic Number ใน Code เช่น if( controlingValue == 4 ) เปลี่ยนไปใช้ Enum ดีกว่า เป็น if( controlingValue == ControllingState.NORMAL ) เข้าใจง่ายกว่ามั้ย
43.ถ้าจะเปรียบเทียบ string Trim ซ้ายขวาก่อนเสมอ
44.คิดหลายๆ ครั้งก่อนใช้ Trigger
45.โปรแกรมเมอร์คือห่วงโซ่สุดท้ายของมลพิษทางความซับ ซ้อน ดังนั้นหา project leader ดีดีแล้วกัน
46. มนุษย์ฉลาดกว่าคอมพิวเตอร์ การเขียนโปรแกรมก็คือการสอนให้คอมพิวเตอร์ฉลาดได้เหมือนเรา (มนุษย์ฉลาดกว่าคอมพิวเตอร์จริงๆนะ) Reply With Quote
47. จงควบคุมคอม มิใช่ให้คอมควบคุมเรา เราต้องสั่งให้คอมทำงาน ไม่ใช่ให้เราทำงานตามคอมสั่ง
48. อย่าปล่อยให้ข้อจำกัดของคอม มาจำกัดความคิดของเรา [คอมไม่ดีเปลี่ยนเครื่องเลย 55+]
49. ยอมรับความคิดของผู้อื่น แต่อย่าออกจากกรอบของตนเอง
50. หมั่น Save โปรแกรมไว้อย่าสม่ำเสมอ ก่อนที่จะไม่มีโอกาส Save [จะให้ดี Save เป็นแต่ละ Version เลย]

ข้อคิดเหล่านี้ คงช่วยในการพัฒนาการเป็นนักพัฒนาโปรแกรมที่ดี ได้บ้างนะครับ

ที่มา http://www.ict.buu.ac.th/Blog/Lists/Posts/Post.aspx?ID=1470

5
ข้อคิดคำคม "ความรู้และความคิด"

    * บางคนมีสมอง บางคนก็ไม่ เรื่องมันก็เท่านั้น (A.A.Mike:วินนี่เดอะพูห์)
    * ทัศนคติต่อปัญหาสำคัญมากกว่าตัวปัญหาเอง ถ้าคุณคิดว่ามันเป็นปัญหา มันก็เป็นปัญหา ถ้าคิดว่ามันเป็นปัญหาใหญ่ มันก็เป็นปัญหาใหญ่ และถ้าคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็ก มันก็รบกวนเราได้แค่ “ความไม่สะดวกเล็กๆ” (วินทร์ เลียววาริณ)
    * จงฉลาดกว่าคนอื่นถ้าคุณทำได้ แต่ต้องไม่บอกให้เขารู้ (คณิต โฆษิตวัฒนฤกษ์)
    * การบอกว่าคนอื่นอ้วนนั้น ไม่ได้ทำให้เราผอมลง การบอกว่าคนอื่นโง่นั้น ไม่ได้ทำให้เราฉลาดขึ้น (หนัง Means Girl)
    * บนโลกนี้ ชีวิตชีวิตนี้ ไม่มีอะไรทำให้เราไม่เป็นสุขได้เท่ากับความคิด จากโบราณจนกระทั่งปัจจุบัน จวบจนอนาคตจากการตายถึงการมีชีวิต ล้วนแต่ไม่มี เพราะสิ่งที่ท่านคิด โดยปกติล้วนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ท่านคิดอยู่ทุกวันค่ำเช้า คิดจนจะเป็นจะตาย คิดเสียจนลงไปคลานกับพื้น ท่านสามารถได้มาหรือ (โก้วเล้ง)
    * เป็นการเสียแรงเปล่า ที่พยายามจะทำให้คนที่คิดว่าตนเป็นคนฉลาดมาก กลับมามีเหตุผลได้ (นักปรัชญากรีกชื่อ Democrite สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงแปล)
    * อันความรู้มีจำกัด แต่ความไม่รู้หามีจำกัดไม่ (ขงจื้อ)
    * หากชมชอบความสุขสบาย ก่อนหน้านั้นต้องต่อสู้ดิ้นรนก่อนจึงจะได้มา หากคิดได้รับความสุขสบายเหนือธรรมดา ความสามารถของเจ้าก็ต้องเหนือธรรมดา (โก้วเล้ง)
    * การที่เรามีความรู้ ไม่ได้ทำลายสัมผัสแห่งความพิศวงและความลึกลับทั้งหลาย มีความลึกลับรอเราอยู่เสมอ
    * หากมีเหรียญคนละเหรียญ นำมาแลกกัน ก็จะได้กลับไปคนละเหรียญ แต่เป็นความรู้หากนำมาแลกกัน ก็จะได้กลับไปคนละสองความรู้ (อินทิรา คานธี)
    * ผมหงอกเป็นเครื่องหมายของการมีอายุมาก ไม่ใช่สติปัญญา (ภาษิตเบลเยียม)
    * บางที คนเราก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่ตัวรู้ ว่าบางอย่างมีความสำคัญอย่างไร (อกาธา คริสตี้)
    * อย่าอ่านหนังสือเพียงเพื่อจะได้รับคำชมว่าเป็นคนขยัน เพราะบุคคลนั้นจะโง่ตลอดไป
    * ข้าพเจ้าเห็นว่าการเผชิญหน้ากับอุปสรรคขวากหนาม เป็นโอกาศในการฝึกฝนหล่อหลอมให้มีความมุ่งมั่น จุดนี้ ข้าพเจ้าขอขอบคุณผู้ที่มุ่งร้ายต่อข้าพเจ้าทุกวิถีทางด้วยความซาบซึ้ง (โจเทาฟิน)
    * เจอคนเก่งให้ศึกษาจากเขา เจอคนงี่เง่าให้เตือนใจตัวเอง (ขงเบ้ง)
    * ผู้มีความรู้แต่โง่เขลา มักทำในสิ่งใหญ่โตโอฬาร สลับซับซ้อนและรุนแรง ต้องใช้ปัญญาเยี่ยงอัจฉริยะ จึงจะเดินไปในทิศทางตรงกันข้ามได้ (อัลเบิร์ด ไอน์สไตล์)
    * อย่าพึงใช้สายตา กรุณาใช้สมอง (คณิต โฆษิตวัฒนฤกษ์)
    * ผู้คนจำนวนมากคิดว่าเขากำลังคิด แท้จริงพวกเขากำลังจัดระเบียบอคติของพวกเขาใหม่ (วิลเลียม เจมส์)
    * ข้าพเจ้่าขอบอกให้ท่านรู้ว่า ในความเรียบง่ายของสัตว์นั้น มีปัญญาที่ใหญ่หลวงแฝงอยู่ และบางครั้งในความมีปัญญาของผู้คงแก่เรียน ก็มีความโง่เขลาอย่างใหญ่หลวงเช่นกัน (จอร์ช เบอร์นาร์ด ชอว์)
    * คนเราฉลาดพอกัน แต่ที่ชนะกันได้คือความขยัน
    * ช่างฝีมือสามารถสอนท่านได้แต่กฎเกณฑ์ ไม่สามรถถ่ายทอดความชำนาญให้แก่ท่านได้ คนเรียนหนังสือเข้าใจว่าตัวอักษรในหนังสือมีค่ายิ่ง แท้จริงแล้วความหมายที่อยู่นอกตัวหนังสือมีความหมายยิ่งกว่า คนท่องหนังสือก็ไม่แน่ว่าจะเรียนหนังสือเป็น (จวงจื้อ)
    * ผู้ใดเอาความโง่ของตนไปสู้กับความฉลาดของคนอื่น ย่อมพินาศ (ขงเบ้ง)
    * ความรู้อะไรก็ไม่สู้รู้ทันคน รู้ทันคนไม่หลงกลใคร (อีสป)
    * คนเราเมื่อชรา ย่อมเปรื่องปราดกลอกกลิ้ง คนเรามาตรว่าจำเดิมโง่เขลาบัดซบ เมื่อสูงวัยสมควรมีสำนึกตัว (โก้วเล้ง)
    * มีแต่คนโง่เง่าสมองว่างเปล่าเท่านั้น ที่หลังจากอ่านหนังสือเล่มหนึ่งจบแล้ว จึงเห็นด้วยกับหนังสือเล่มนั้น ทั้งนี้เนื่องจากสมองของเขาว่างเปล่า บรรจุสิ่งต่างๆได้มากมายนั่นเอง (ปาจิน)
    * ความรู้ทุกอย่างเป็นของเก่าแต่เป็นของใหม่สำหรับผู้ไม่รู้
    * ความสนุกของการเรียนรู้คือ การลุ้นที่จะค้นพบความรู้ใหม่ๆ ที่เรายังไม่ได้เรียนรู้ (วินทร์ เลียววาริณ)
    * ถ้าคุณไม่ชอบอะไรคุณก็เปลี่ยนมันซะ แต่ถ้าคุณเปลี่ยนมันไม่ได้ จงเปลี่ยนทัศนคติของคุณเอง…อย่าบ่น (มายา แองเจโล่)
    * ผู้ยิ่งใหญ่มักมีความคิดแปลกกว่าคนอื่นเสมอ
    * การค้นพบประกอบด้วยการเห็นในสิ่งที่คนอื่นเห็น และคิดในสิ่งที่ไม่เคยมีใครคิดมาก่อน
    * เวลาเราทำอะไรคนเดียวเราไม่รู้หรอกว่ามันถูกหรือผิด เพราะเราวนอยู่ตรงนั้น ถ้าเราเปิดโอกาศให้ตัวเองได้เรียนรู้แบบไม่มีทิฐิ การทำเป็นทีม เป็นเรื่องสนุกมาก (คามิน เลิศชัยประเสริฐ)
    * ถ้าไม่อยากพลาดสิ่งดีๆในชีวิต แค่ทำตัวช่างสังเกตุอีกหน่อยก็พอ
    * ความไม่รู้ช่างเป็นเรื่องที่น่ากลัว ยังน่ากลัวกว่าความเปลี่ยวร้างมากนัก (โก้วเล้ง)
    * การไม่พูดกับคนที่เราพูดด้วยได้ ทำให้เราเสียคน การพูดคุยกับคนที่เราพูดด้วยไม่ได้ ทำให้เราเสียคำพูด (ขงจื้อ)
    * ระหว่างผู้ที่มีการศึกษามากที่สุด กับผู้ที่มีการศึกษาน้อยที่สุด มีความแตกต่างกันในลักษณะเล็กน้อยจนไม่อาจเอ่ยอ้าง เมื่อเทียบกับสิ่งต่างๆที่เรายังไม่รู้ (อัลเบิร์ด ไอน์สไตล์)
    * คนที่ซักถามจะเป็นคนโง่เพียงห้านาที คนที่ไม่ถามจะโง่ตลอดชีวิต (ขงจื้อ)
    * คนโง่มักพูดอะไรออกมาอย่างโง่ๆ (หนัง ฟอเรสกั๊มพ์)
    * เร่งศึกษา จับใจความสำคัญให้ได้ ร่อนเอาแก่น ความรู้จริงไม่จำเป็นต้องมีหลายอย่าง (โจวเอินไหล)
    * การศึกษาเล่าเรียนนั้นง่าย แต่จะเรียนให้ดีนั้นยาก การทำนั้นง่าย แต่จะทำให้ดีนั้นยาก การปล่อยตัวให้ตกต่ำนั้นง่าย แต่การสำนึกตัวนั้นยาก (หวังฟูจือ)
    * ในโลกมนุษย์อันน่าประหลาดนี้ มีไม่น้อยเลยที่คนมีความรู้มาก เป็นลูกจ้างของคนที่อ่านหนังสือไม่ออก
    * ความฉลาดไม่ได้มีไว้อวด และไม่ควรอวดสิ่งนี้ เพราะไม่มีใครชอบเด็ดขาด
    * ในวัยเยาว์เราเรียน ในยามแก่เราเข้าใจ (ภาษิตอังกฤษ)
    * ถ้าเราคิดอะไรก็ควรทำทันที เพราะความคิดของคนเปลี่ยนแปลงเสมอ อีกทั้งชอบผลัดวันประกันพรุ่ง ความคิดที่เกิดขึ้นเปรียบประดุจคลื่นที่กระทบฝั่ง...แล้วล่าถอยกลับมา ยิ่งช้ายิ่งอ่อนแรง (เช็กสเปียร์)
    * บ่อจำกัดกบเอาไว้ ความรู้จำกัดคนเอาไว้ ความรู้ทำให้ท่านยิ่งใหญ่ได้ ก็ทำให้ท่านเล็กกระจ่อนร่อยได้ (จวงจื้อ)
    * สติปัญญาไม่พึงเปิดเผยออกมาภายนอก มิเช่นนั้นหากผู้อื่นไม่ได้กลัวท่าน ก็ต้องริษยาท่าน (จวงจื้อ)
    * ประสบการณ์เป็นโรงเรียนที่มีค่าเล่าเรียนแพง แต่คนโง่ก็ไม่ไปสมัครเรียนที่อื่น (ภาษิตเบลเยียม)
    * ความคิดอ่านของท่านแม้ไม่ทำให้ท่านเป็นไปตามที่คิด แต่เมื่อท่านคิดอย่างไร ท่านก็จะทำไปอย่างนั้น (นอร์แมน วี.พิล)
    * ชีวิตย่อมมีขีดขั้น แต่ความรู้ไม่มีขีดขั้น (ขงจื้อ)
    * คำสอนที่ดีก็มี คำสอนที่ไม่ดีก็มี เป็นหน้าที่ของท่านที่จะต้องทราบเอง ว่าอย่างไหนเป็นคำสอนที่ดี (เทนีสัน)
    * ผู้ที่เย่อหยิ่งและโง่ ทั้งสองอย่างนี้ คนฉลาดจะเห็นว่าเป็นคนเล็กน้อยไม่มีความหมายอะไร มีความจริงที่รู้กันอยู่ว่าความเย่อหยิ่ง ย่อมปรากฏก่อนหายนะ (อีสป)
    * คนเราเมื่อตอนแรกเกิด หากไม่ได้กินอาหารก็จะตายทันที คนที่อ่อนหัดหากไม่ศึกษาก็จะโง่เขลา คนเราหากไม่ได้กินอาหารเพื่อดำรงชีวิต หากได้รับอาหารพอเพียง ก็จะเจริญเติบโต คนเราศึกษาเล่าเรียนเพื่อให้เป็นคนดี หากมีความรู้อันอุดม ก็เรียกว่าปราชญ์ (ไต้เจิ้น นักคิดสมัยราชวงศ์ชิง)
    * ประสบการณ์เป็นครูที่ดีมาก เราสามารถเรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างได้จากความทุกข์ (ตาร์ตัว)
    * คนที่มีความสงสัยอย่างใหญ่หลวงจึงจะมีสำนึกอย่างใหญ่หลวงได้ คนโง่มักเข้าใจว่าตนมีสำนึกอย่างใหญ่หลวงแล้ว เพราะฉะนั้นคนโง่ก็ยังเป็นคนโง่ต่อไป (จวงจื้อ)
    * เขารู้เรื่องอย่างแม่นยำ เพียงตอนที่เขารู้น้อย แต่กับวิชาความรู้นั้น จะเพิ่มทวีความสงสัยความไม่รู้มากขึ้น (เกอเธ่)
    * ผมถือว่าสมองของคนเรานั้น เหมือนห้องพัสดุเล็กๆที่ว่างเปล่ามาแต่เดิม คุณต้องเอาเครื่องประดับเท่าที่คุณเลือกเก็บเข้าไว้ วิสัยคนโง่เจออะไรก็เก็บเข้าไว้หมดทุกชนิด จนความรู้ที่เป็นประโยชน์กับเขาล้นออกไปหมด อย่างดีก็พัลวันพัลเกกับความรู้อื่นๆ จนยากที่จะหยิบขึ้นมาใช้ได้ เดี๋ยวนี้คนที่เขาทำงานช่ำชองกันนั้น เขาระวังมากจริงๆ ว่าจะเอาอะไรบรรจุไว้ในห้องพัสดุเล็กๆของเขา เขาจะไม่เอาอะไรเก็บไว้เลยนอกจากสิ่งที่เป็นประโยชน์กับต่อหน้าที่การงานของ เขาเท่านั้น แล้วก็เก็บได้มากซะด้วย เป็นระเบียบเรียบร้อยที่สุดด้วย การคิดว่าห้องพัสดุนั้นมีผนังที่ยืดหยุ่นได้นั้น เป็นความคิดที่ผิด เมื่ออาศัยเก็บมากๆเข้า ก็ถึงคราวที่เอาความรู้สุมเข้าไปอย่างหนึ่ง คุณก็ลืมอะไรที่อยู่ก่อนไปซะทุกที เพราะฉะนั้นการไม่เอาความรู้ที่ไร้ประโยชน์ ไปดันความรู้ที่เป็นประโยชน์จนล้นออกมาเสียนั้น จึงเป็นข้อที่สำคัญอย่างที่สุด (เซอร์อาร์เทอร์ โคแนน ดอลย์)
    * เขย่าเสมอ ไม่ให้นอนก้น (คณิต โฆษิตวัฒนฤกษ์)
    * ปราชญ์ไม่เคยหวงมณีเม็ดโต แต่หวงเวลาทุกวินาที โอกาศนั้นมายากแต่เสียไปง่าย คนที่บอกว่าไม่มีเวลาศึกษา แท้จริงเป็นคนไม่ใฝ่ศึกษา ต่อให้มีเวลาว่างก็เรียนไม่รู้เรื่องอยู่ดี (หลิวอัน)
    * แค่ได้หนึ่งไอเดีย จากพันความคิด ผมก็พอใจแล้ว (อัลเฟรด โนเบล)
    * ความคิดเห็นของคนจำนวนมาก อาจมีคำพูดบางคำที่รับฟังได้ แต่นำมาใช้ไม่ได้ กระนั้นก็ดีควรใช้ท่าทีรับฟังไม่ควรใช้ท่าทีปฏิเสธที่จะรับฟัง (เฮี้ยนจื้อ)
    * สิ่งที่คุณคิด ไม่เหมือนสิ่งที่ฉันคิด บอกได้ไหมใครผิด (ยัน จัน)
    * การศึกษาไม่มีแบ่งแยกอาวุโสหรืออ่อนเยาว์
    * ท่านแม้ฉลาดปราดเปรื่อง แต่ผู้อื่นก็ไม่ใช่โง่เขลาเบาปัญญา (โก้วเล้ง)
    * การนึกคิดตรึกตรองมากเกินไป ทำให้เป็นคนโฉดเขลา (เปอริคลิส)
    * ข้าพเจ้าไม่ละอายที่จะสารภาพความโง่ในสิ่งที่ไม่ทราบ (มาร์ซัส คิวลีอุส ซิเซโร่)
    * คนฉลาดจะสามารถรู้ถึงเหตุที่จะเกิดล่วงหน้า แต่คนโง่จะไม่เชื่อจนกว่าความวิบัติจะเกิดขึ้น (อีสป)
    * ผมมีความรู้น้อยมากเกี่ยวกับธรรมชาติ และยิ่งน้อยลงไปอีกเมื่อพูดถึงความรู้เกี่ยวกับคนด้วยกัน (ไอน์สไตล์)
    * คนฉลาดบางครั้งอวดฉลาด แท้จริงโง่เขลา สุดท้ายแม้ทำร้ายผู้อื่น แต่ก็ทำร้ายตนเอง (โก้วเล้ง)
    * ผู้ที่มีความสามารถล้วนทำอะไรเด่นล้ำเหนือผู้อื่น เฉกเช่นสว่านที่บรรจุอยู่ในถุงผ้า ปลายแหลมของสว่านจะไม่ทะลุออกมาก็ไม่ได้ (โก้วเล้ง)
    * คนที่ไม่คำนึงถึงเหตุผลเป็นคนดื้อรั้น คนที่ไม่รู้จักเหตุผลคือคนโง่ คนที่ไม่กล้าใช้เหตุผลคือทาส (วิลเลียม ดร์องมอนด์)
    * ตัวโง่งมมีประเภทเดียว ไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรีล้วนเป็นตัวโง่งม (โก้วเล้ง)
    * การสำนึกตัวว่าไม่รู้ เป็นความรู้อย่างหนึ่ง (ขงจื้อ)
    * ปัญหาไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องที่คลี่คลายไม่ได้ เพียงเพราะมันยังไม่ถูกคลี่คลาย นักประวัติศาสตร์ที่อยู่ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นั้น ไม่เคยเขียนประวัติศาสตร์ได้ดีเท่า นักประวัติศาสตร์รุ่นหลัง ปัญหามันอยู่ที่มุมมองที่แท้จริง การเห็นสิ่งต่างๆอย่างถูกจังหวะ เวลาไม่ได้จำกัดปัญหาใดๆ เพียงแต่เสนอตัวออกมาอีกครั้งในรูปแบบที่แตกต่างออกไป (อกาธา คริสตี้)
    * ประสบการณ์คือการเรียนรู้ความผิดพลาดของตัวเอง ความรู้คือการเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่น
    * ชีวิตเป็นตำราที่ไม่มีตัวอักษร แต่คนที่มีสายตาอันชาญฉลาด จะมองเห็นทุกคำพูดอย่างชัดเจน หนังสือเป็นชีวิตที่มีตัวอักษร คนที่มีอารมณ์ความรู้สึกลึกซึ้งจึงสัมผัสมันได้อย่างล้ำลึก
    * มีบ้างบางคนที่แม้พวกเขาไม่รู้ท่านก็สอนเขาไม่ได้ (หลุยส์ อาร์มสตรอง)
    * สิ่งเดียวที่ทำให้คนโง่ชนะคือ คนฉลาดนิ่งดูดาย
    * มนุษย์เรารู้สึกว่า มีความมั่นใจที่สุดในเรื่องที่รู้น้อยที่สุด เนื่องเพราะมันมีความมั่นใจเกินไป ดังนั้นจึงไม่ใช้สมองใคร่ครวญขบคิดอีก (โก้วเล้ง)
    * เป็นความผิดพลาดร้ายกาจ ที่จะตั้งทฤษฎีขึ้นมาก่อนมีข้อมูล เพราะเราจะพยายามเบี่ยงความจริงเข้ากับทฤษฎีนั้นๆ แทนที่จะตั้งทฤษฎีให้เข้ากับข้อมูล (เซอร์อาร์เทอร์ โคแนน ดอล์ย)
    * การอ่านหนังสือต้องไม่ใช่เรื่องตัวหนังสือมากจนเกินไป ลมจะไม่พัดแรงจนกิ่งไม้เกิดเสียงดัง แต่จะพัดพอกระทบให้เปลือกเมล็ดแตกเพื่อผลิดอกออกใบเท่านั้น ฝนจะไม่ตกหนักจนก้อนดินในนาแตก แต่จะพอให้พืชพรรณได้ชุ่มชื่นเท่านั้น (ต่งจ้งซู)
    * จงเรียนรู้ความผิดพลาดของผู้อื่น เพราะเราไม่สามารถเรียนรู้ความผิดพลาดทั้งหมดได้ในชั่วชีวิตเรา
    * คนฉลาดคือคนที่สร้างโอกาศได้มากกว่าที่เขาหาได้ (ฟรานซิส เบคอน)
    * ใครที่รู้อะไรเพียงเล็กน้อยมักจะโอ้อวดถึงมัน (โธมัส ฟุตเลอร์)
    * คนฉลาดเรีนรู้จากความผิดพลาดของผู้อื่น คนโง่เรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเอง
    * อยู่กับตัวระวังความคิด อยู่กับมิตรระวังคำพูด (ภาษิตจีน)
    * ความรู้สอนให้ถ่อมตน ความโง่สอนให้เย่อหยิ่ง (ภาษิตจีน)
    * เป็นไปไม่ได้ที่จะชนะคนโง่ ด้วยการโต้เถียง
    * ผู้ใฝ่ศึกษา จะศึกษาข้อดีของคนอื่น มาเสริมข้อด้อยของตนเอง (หลี่ปุ๊เหว่ย)
    * คนฉลาดอยู่กับที่ ไม่เท่าคนโง่ที่เดินทาง (หลวงปู่หล้า ตาทิพย์ วัดป่าตึง)
    * น้ำไหลลงที่ต่ำฉันใด คนฉลาดได้ด้วยความลำบากฉันนั้น (ขงเบ้ง)
    * คนฉลาดมากเรียนรู้ได้ด้วยเหตุผล คนฉลาดน้อยเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ คนโง่เรียนรู้ด้วยความจำเป็นบังคับ เดรัจฉาเรียนรู้ด้วยธรรมชาติ
    * อย่าคิดว่าคนอื่นฉลาดเท่าคุณ เขาอาจฉลาดกว่าคุณ
    * โง่เขลามีหลายประเภทอย่างยิ่ง หยิ่งผยองจนลำพองไยมิใช่เป็นประเภทหนึ่ง และอาจเป็นประเภทที่ร้ายแรงที่สุด (โก้วเล้ง)
    * คนที่ฉลาดโดยแท้จริง ต้องไม่ถือสาผู้อื่นเป็นตัวโง่งม คนที่ถือสาผู้อื่นโง่งม ถึงวาระสุดท้ายจะพบคนที่โง่เขลาโดยแท้จริงไม่ใช่ผู้อื่น แต่เป็นตัวเอง (โก้วเล้ง)
    * เมื่อใดก็ตามที่คนเรามีความแน่ใจน้อยที่สุด เมื่อนั้นพวกเขาจะมีหลักการณ์มากที่สุด (J.K.Gribrash)
    * คนสูงศักดิ์สอนด้วยวาจา คนต่ำศักดิ์สอนด้วยแส้ (เปาบุ้นจิ้น)
    * หนังสือที่เราอ่านควรได้รับการเลือกสรรด้วยความเอาใจใส่อันยิ่งใหญ่อย่างที่ ควรจะเป็น ดังเช่น กษัตริย์อียิปจารึกไว้ที่ห้องสมุดว่าเป็น “ยาแห่งจิตวิญญาณ” (แพรกตัน ฮูด)
    * ความผิดพลาดเป็นครู ก็ต่อเมื่อเราสำนึก
    * คนโง่ไม่อภัยและไม่ลืม คนอ่อนต่อโลกให้อภัยและลืมทั้งหมด คนฉลาดให้อภัยแต่ไม่ลืม (ธอมัส แซส)
    * ผมไม่ได้ล้มเหลวซักหน่อย ผมค้นพบกว่าหมื่นวิธีที่จะไม่ประสบความสำเร็จ (โธมัส อันวา เอดิสัน)
    * ผู้ที่ขาดคุณธรรมย่อมไม่มีอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ ผู้ที่ขาดความรู้ย่อมไม่สายตาอันกว้างไกล (ภาษิตจีน)
    * คนที่เก่งทุกทางแท้จริงคือ คนที่ไม่เก่งอะไรซักอย่าง คนที่รอบรู้ไปหมดทุกเรื่องแท้จริงคือ คนที่ไม่เชี่ยวชาญอะไรเลย (ภาษิตจีน)
    * ผู้ที่เจนจัดใหการใช้ปัญญาความคิด มักเป็นคนอ่อนต่อโลก เพราะความกลอกกลิ้งและความเจนจัด ความจริงเป็นเรื่องราวสองประการที่ปัญญาล่วงไปไม่ถึง
    * ความทะนงมีอีกชื่อว่าความโง่เขลา (โก้วเล้ง)
    * เมื่อตอนหนุ่มข้าพเจ้าคิดที่จะรัก เมื่อตอนแก่ข้าพเจ้ารักที่จะคิด (อัลเบิร์ด ไอน์สไตล์)
    * อย่าแสดงตนว่าฉลาดหรือมีความรู้มากกว่าคนที่ท่านคบหา จงพกความรู้สึกที่ท่านมีไว้ในกระเป๋าเหมือนกับที่ท่านพกนาฬิกา หากมีคนถามเวลาก็บอกให้เขาทราบได้ แต่อย่าประกาศก้องทุกชั่วโมงเหมือนกับท่านเป็นยาม
    * การตักเตือนคนให้กลับตัว แต่ใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสม มักก่อให้เกิดอันตราย การใช้ความสามารถของตนไปข่มคนอื่น ก็เป็นเรื่องอันตรายเช่นกัน (จวงจื้อ)
    * ช่องว่างระหว่างปัญญาชนกับคนโฉดเขลา นับเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง ปัญญาชนบางคนต้องเค้นสมองครุ่นคิดค่อยนึกหาเหตุผลได้ แต่ผู้โฉลเขลาเพียงเอ่ยปากก็กล่าวได้ถูกต้อง (โก้วเล้ง)
    * เราถือผู้อื่นเป็นคนโง่บัดซบ แต่มิทราบผู้อื่นก็ถือพวกเราเป็นคนโง่บัดซบเช่นกัน พวกเราโง่บัดซบจริงๆ ผู้อื่นเป็นโง่บัดซบปลอม (โก้วเล้ง)
    * ผู้เปรื่องปราดแม้สามารถประดิษฐ์แสงสว่างขึ้น แต่ผู้ที่ฉลาดที่สุดจึงทราบว่า สมควรใช้ประโยชน์จากความมืดอย่างไร (โก้วเล้ง)
    * สมองนี่แหละที่เราควรเอาเป็นที่พึ่ง ส่วนความรู้มักชวนให้เราไขว้เขว เราต้องค้นหาความจริงจากภายใน ไม่ใช่ภายนอก (อกาธา คริสตี้)
    * อภิปรายคือการแลกเปลี่ยนความรู้ การโต้เถียงคือการแลกเปลี่ยนความโง่ (Robert Quillen)
    * สัตบุรุษมีความกังวล 3 อย่างคือ เมื่อไม่ได้รับรู้สิ่งที่ดี เขาจะกังวลจนกว่าจะได้รับรู้ เมื่อได้รับรู้แล้ว เขาเริ่มกังวลว่าจะไม่ได้เรียนรู้ เมื่อเรียนรู้แล้ว เขาก็กังวลว่าไม่สามารถปฎิบัติตามที่เรียนรู้ (คัมภีร์หลี่จี่)
    * งานยากที่สุดที่เด็กๆเผชิญอยู่ทุกวันนี้ ก็คือต้องเรียนรู้มารยาทที่ดี โดยไม่มีแบบอย่างที่ดีให้เห็นเลย (เฟรด เอสเตอร์)
    * คนโง่ย่อมตกเป็นเหยื่อของคนฉลาด คนฉลาดย่อมตกเป็นเหยื่อของคนฉลาดแกล้งโง่
    * ถ้าความทะเยอทะยานคือสิ่งที่ไม่ดีแล้วไซร้ ผมต้องบรรจุสิ่งต่างมิใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อประโยชน์ทั่วไป และไม่เคยซ่อนเร้นความทะเยอทะยานนี้เลย (ยาลมาร์ โฮเรซ กรีลีย์ ซัคส์)
    * คนโง่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะหลอกลวงได้ ยิ่งคนฉลาดเพียงใด ยิ่งหลอกลวงคนโง่ไม่ได้ …เนื่องเพราะคนฉลาดมีความคิดกลอกกลิ้งเกินไป ส่วนคนโง่นั้นไม่คิดอะไรมากมาย หากมันแน่ใจว่าเจ้าจะหลอกลวงมัน แม้วาจาที่เจ้าพูดจะเป็นความจริง มันก็ไม่เชื่อ (โก้วเล้ง)

จาก http://www.jongjarern.com/insurances/index.php?topic=1049.0

6
รวบรวมมาให้ได้อ่านกันครับ เห็นว่าน่าจะมีประโยชน์
อาจจะยาวสักหน่อย แต่คิดว่าคุ้มค่าครับ
ค่อยๆอ่านได้ครับ แล้วลองคิดตามไป


“ชีวิตมีจุดประสงค์อยู่สองประการ
หนึ่ง : อยากได้สิ่งที่น่าปรารถนา
สอง : เมื่อได้แล้ว ก็หาความสำราญจากสิ่งนั้น
คนที่มีสติปัญญาสูงสุดเท่านั้น จึงจะบรรลุความสำเร็จในประการที่สอง”

โลกัน เบียร์ซอลล์


“อย่าก่อไฟให้ร้อนจัดเพื่อเผาศัตรูของท่าน
เพราะมันจะเผาตัวของท่านเองอย่างช้าๆ”

ขงจื้อ


“ตาบอดมิได้ทำให้เกิดความทุกข์อย่างใดเลย,
หากทุกข์อยู่ที่ไม่สามารถจะอดทนต่อฐานะคนตาบอดต่างหาก”

ยอห์น มิลตัน


“ไม่มีสิ่งใดสูงส่งและยอดเยี่ยมอย่างเที่ยงแท้อยู่ในลักษณะนิสัยของบุคคล
เสมอเท่าการปฏิเสธความอยากของตัวเองอย่างเด็ดขาด”

เซอร์ วอลเตอร์ สก็อตต์


“ไม่มีใครเป็นอัจฉริยะบุคคลได้ ถ้าเขาไม่มีจุดหมายที่จะทำงานมากไปกว่าความสามารถของเขา”

เซอร์ ฮัมฟรีย์ เดวี


“คุณค่าของมนุษย์ขึ้นอยู่กับสมรรถภาพของเขา
ในการมุ่งมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
กระทั่งเขาบรรลุความปรารถนา”

โยเซ็ฟ แซมเบอร์เลน


“เราเก็บเกี่ยวจากสิ่งที่เราได้หว่านเมล็ดปลูกเอาไว้, และโชคชะตามักจะบังคับให้เราชำระหนี้ความชั่วของเรา ในวันหนึ่งข้างหน้า, มนุษย์ทุกคนจะต้องได้รับผลร้ายเป็นการตอบแทนกรรมชั่วของเขา ท่านผู้ใดที่จำหลักความจริงนี้ได้ จงอย่าโกรธต่อผู้ใด, มีโทโสต่อผู้ใด, ด่าผู้ใด, ลงโทษผู้ใด, ขุ่นเคืองผู้ใด, เกลียดชังผู้ใด”

เอปิคตีตัส


“สิ่งที่นับว่าฉลาดล้ำเลิศที่สุดในชีวิต ก็คือการใช้ชีวิตให้มีความสุข”

โอมาร์ คัยยัม


“ความมั่งคั่ง, ชื่อเสียงโด่งดัง, ตำแหน่ง และอำนาจมิได้เป็นเครื่องวัดที่แน่นอนว่า คือ ความสำเร็จ, เครื่องวัดความสำเร็จที่แท้จริง คืออัตราส่วนระหว่าง เราจับทำอะไร และทำสำเร็จแค่ไหน”

เอ็ช. ยี. เว็ลลส์


“ไม้ตะพด และก้อนอิฐ อาจทำให้ข้าพเจ้าหัวแตก
แต่คำพูดไม่สามารถทำให้ข้าพเจ้าเจ็บปวดแต่อย่างใด”

บารุก


“ผู้แข็งแรงที่สุด ก็คือผู้ที่อยู่ในอำนาจควบคุมของตนเอง”

เซนีต


“การใช้ชีวิตให้สดชื่นแจ่มใสอยู่ทุกวัน และทุกชั่วโมง เป็นความสุขอันหาค่ามิได้”

เอ็ดเวอร์ด อีแวนส์


“ผมสามารถจะต้อนรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นแก่ชีวิต เพราะสุดวิสัยที่จะป้องกันเอาไว้,
นอกจากตาบอด ผมไม่สามารถจะทนเป็นคนตาบอดได้”

บูช ทาร์คิงตัน


“จงเตรียมตัวต้อนรับวันนี้! เพื่อได้มาซึ่งชีวิตอันเต็มไปด้วยความสุขในระยะอันสั้นของวันนี้ จงใช้ชีวิตของท่านให้ห้อมล้อมอยู่ด้วยความสุขเกษมเปรมปรีด์แห่งชีวิต ความประพฤติอันควรแก่การสรรเสริญ ความสำเร็จอันงามแห่งกรณียกิจ, เพราะวานนี้เพียงแต่เป็นความฝัน และพรุ่งนี้เพียงแต่เป็นมโนภาพ, หากความสุขของวันนี้ จะทำให้ความฝันเมื่อวานนี้เป็นความฝันอันแสนหวาน และทุกๆ พรุ่งนี้เป็นมโนภาพแห่งความหวัง; เพราะฉะนั้น, จงเตรียมตัวต้อนรับวันนี้ด้วยการแสดงความเคารพต่อรุ่งอรุณ”

กาลิทาส


“สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของมนุษย์ ไม่ใช่เพิ่มทุนให้สูงขึ้นจากผลกำไร เพราะการทำเช่นนี้ คนโง่ทุกคนก็สามารถทำได้ แต่การทำให้เกิดกำไรจากการขาดทุนนั่นซิ เป็นสิ่งสำคัญ และทำยาก ซึ่งผู้มีภูมิปัญญาเท่านั้น จึงสามารถทำได้ นี่คือสิ่งแสดงถึงลักษณะแตกต่างระหว่างคนมีสติปัญญา และคนโง่”

วิลเลียม โบลิโธ


“คนใจลอยตลอดเวลา ควรจะเอาเวลาที่สูญเสียไป
มาใช้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์กว่ากัน”

รุสโซ


“จงยินดีรับไว้ เพราะผู้ยินดีต้อนรับทุกสิ่งที่อุบัติขึ้นแก่เขาเป็นขั้นแรก ที่จะชนะเคราะห์กรรมในวันหน้า”

วิลเลียม เยมส์


“คนที่กำลังโกรธ, มักเต็มไปด้วยพิษ”

ขงจื้อ


“สิ่งที่ข้าพเจ้าปรารถนาอย่างยิ่ง ก็คือ การมีอำนาจเหนือตนเอง คือเหนือความคิดของข้าพเจ้า; มีอำนาจเหนือความหวาดกลัว; มีอำนาจเหนือจิตใจ และเหนือความรู้จักผิดชอบ, และมีสิ่งน่าพิศวงสำหรับอำนาจนี้ ก็คือ ข้าพเจ้าสามารถจะใช้มันให้เป็นประโยชน์อย่างดีเลิศ เมื่อข้าพเจ้าต้องการใช้มัน, โดยเพียงแต่บังคับการกระทำต่างๆ ของข้าพเจ้าให้เป็นไปโดยถูกต้อง ซึ่งจะบังคับให้ผลจากการกระทำนั้นๆ ปรากฏขึ้นเป็นที่พอใจ”

คาร์เนกี


“ความกตัญญู เป็นสิ่งที่มาจากคนที่มีภูมิธรรมสูง
ท่านจะไม่พบมันในหมู่คนสันดานไพร่”

แซมเมียล ยอห์นซัน


“ถ้ามีบุคคลใดซึ่งเห็นแก่ตัว พยายามจะเอารัดเอาเปรียบท่าน, จงเลิกคบค้าสมาคมกับบุคคลนั้นๆ เสีย, แต่อย่าพยายามแก้แค้น เพราะเมื่อท่านต้องการจะแก้แค้นผู้ใด, มันหมายถึงว่า ท่านจะต้องรู้สึกเจ็บใจในเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งมิได้รู้สึกอย่างใดเลย”

คาร์เนกี


“จงอดทน ต่อราตรีกาล, พายุ, ความหิว, คำเยาะเย้ย, อุบัติเหตุ, ความผิดหวัง ทำนองเดียวกับต้นไม้ และสัตว์เดียรัจฉาน”

ยอห์น มิลตัน


“จงชนะโดยปราศจากการคุยโว แพ้โดยปราศจากข้อแก้ตัว”

เอ. พี. เทอร์ฮูน


“ผู้ที่มีชีวิตเต็มไปด้วยความสุข จะต้องเป็นผู้รู้จักอดทนต่อภาระรับผิดชอบของตนเอง, แม้จะหนักปานใด, ตลอดทั้งวัน, จะต้องมีชีวิตอยู่ด้วยความร่าเริง, พากเพียร, ยิ้มแย้ม, แจ่มใส, จนกว่าพระอาทิตย์จะตกดิน”

รอเบอร์ต ลุยส์ สตีเวนซัน


“มนุษย์ผู้มีความสุขอย่างเหลือคณานับ,
คือผู้ต้อนรับวันนี้เป็นของเขา:
ผู้ได้รับความชื่นบานสำราญใจ,
จะกล่าวได้อย่างเต็มปาก:
พรุ่งนี้ช่างมัน, ชีวิตเป็นของฉันอยู่วันนี้ก็พอ”

ฮอริส


“ใครจะเรียกเขาว่าเป็นคนล้มเหลวไม่ได้, เพราะเขาใช้ความสามารถเท่าที่เขามีอยู่อย่างเต็มที่”

ที. ยี. วิลซัน

จาก http://thaiteenpoem.blogspot.com/2012/03/blog-post_13.html

7
เอะผมไม่ให้เกียรติ รึครับเนี่ยพึ่งรู้เหมือนกัน สงสัยผมพูดตรงเกินไป
ส่วนเครื่องมือ ด้วยความเป็น Window ที่มี backward-compatible ที่ดี?(มันดีแล้วจริงหรือ?) ทำให้ software 20 ปี ยังใช้ได้อยู่เสมอสำหรับ window
ส่วนเครื่องมือที่เก่าโครตๆ ที่เค้าใช้อยู่(ทั้งที มันไม่ถูก support แล้ว ก็ยังใช้) ปกติแล้วเค้าจะใช้เฉพาะแบบจำเป็นจริงๆ แบบหาทางเลือกไม่ได้ ไม่ใช่แบบใช้เอามาพัฒนา บลาๆ บางทีของที่เก่าแล้วก็ควรจะทิ้งไปได้แล้ว - -
มันไม่ใช่ปัญหาโลกแตกอย่างที่ทุกๆ ท่านเข้าใจ (หรือผมเป็นชุนกลุ่มน้อยหว่า?) โลกของคอมมันมีแค่ 0 กับ 1 แบบจริงกับไม่จริง ถ้ามันโลกแตกจริงๆ คงเป็นคำถามว่า ไก่เกิดก่อนไข่ หรือ ไข่เกิดก่อนไก่แล้วล่ะ
แนะนำให้ไปลองดู Opensource พวก compiler เช่น gcc แล้วไปดูพวก development ตรงพวก Tracker หรือ milestones ว่าการออกเวอร์ชั่นใหม่ๆ มันแก้อะไรบ้าง เพิ่ม Feature อะไรบ้าง ลบ Feature เก่าๆ อะไรบ้าง
ส่วนเรื่อง reverse ไม่มีอะไรสมบูรณ์ แต่มีเครื่องที่ pack... ไม่มีคน crack ได้ 6 ปีกว่าแล้ว โลกนี้มันคงไม่มีอะไรสมบูรณ์จริงๆ
หรือตัวเข้ารหัส... ของ ebay ที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษ ไม่เหมือน MD5,SHA1 ทั่วๆ ไป(ท่านที่เคย check Hash พวกโปรแกรมน่าจะเข้าใจหน่อยนึงน่ะ คนไทยอาจจะไม่สอน แต่มันเป้นรากฐานของการใช้คอมพิวเตอร์ หรือกระทั่งบลาๆ พวกนี้จะเป็น one-way function ที่สร้างโดยใช้คณิตศาสตร์ในการเข้ารหัส) ไม่เห้นมีใคร crack ได้เลย

ผมว่าคุณพยายามหาคำพูดในการเป็นข้ออ้างน่ะครับ
เท่าที่ผ่านมาผมเห็นท่านพูดแต่น้ำๆ แต่ผมพูดแต่เนื้อๆ ตรงๆ มันอาจจะรุนแรงไปก็ขอโทษด้วย
อ่อผมคิดว่า ทุกท่านในนี้น่าจะใช้ google เป็นน่ะครับ ก็เลยไม่ได้อ้างอิง ผิดตรงไหนบอกได้ครับ ผมก็ขี้หลงขี้ลืมบ่อยๆ
ปล.ช่วยปั๊มกระทู้ครับ อิอิ

อ่านตั้งแต่ต้นดีๆนะครับ ผมไม่ได้แนะนำว่าให้ใช้ Delphi7 เป็นเครื่องพัฒนาต่อไปในอนาคตสำหรับ PC แต่อย่างใด กล่าวเพียงว่ายังมีคนใช้อยู่ นิยมอยู่ ผมให้ความเห็นต่อภาษาอย่างอื่นมากกว่า ส่วนจะเห็นตรงหรือแย้ง ท่านก็แสดงความเห็นไปแล้ว ผมคงไม่พูดถึงมันอีก
เพียงแต่มุมมองและความคิดเห็นเราต่างกันมากครับรวมถึงการสื่อสาร ดังนั้นผมคงไม่จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลกันต่อไปครับ หากจะคิดว่า ผมพูดเป็นข้ออ้าง ก็สุดแท้แต่ท่านจะคิด และคงไม่ต้องขอโทษใดๆครับ เพราะเป็นความคิดเห็นในมุมของท่าน ซึ่งก็ไม่แปลกคนเรามักเลือกจะฟังเสียงตัวเองก่อนเสมอ
และการที่ท่านเห็นว่าข้อมูลที่ผมนำเสนอมีแต่น้ำๆและของท่านเป็นเนื้อๆ มันคือการแสดงออกทางความคิดความเห็นของท่านอยู่แล้ว ว่าเป็นอย่างไร
เอาเป็นว่าผมพอเข้าใจแล้วครับ ว่าโลกของคอม ในมุมของท่านคือ 0 กับ 1 เท่านั้น

8
แล้วเครื่องมือเนี่ย Delphi 5,7 มันกี่ปีแล้ว? compiler รุ่นใหม่ๆ จะฉลาดกว่ารุ่นก่อนๆ ทำงานเร็วกว่า ขนาดน้อยลง ผมเน้นให้ใช้ของใหม่มากกว่าของเก่าๆ น่ะครับ

เรื่องของเก่าของใหม่ใครดีกว่ากัน เป็นปัญหาโลกแตกทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับมุมมอง,ความจำเป็น รวมถึงคนที่นำไปใช้ครับ
ไม่สังเกตหรือครับว่าทำไม บางท่านจึงยังใช้เครื่องมือเก่าๆอยู่เลย
ด้วยคำนี้ของท่าน แล้วเครื่องมือเนี่ย Delphi 5,7 มันกี่ปีแล้ว? จะไปว่าคนที่ใช้อยู่หรือไม่ครับ

ความคิดเห็นเรื่องนี้แตกต่างกันได้ และผมก็เคารพในความคิดความเห็นของทุกๆท่าน เพราะคนเรามีมุมมองต่างกันอยู่
แม้บางเรื่องผมให้ข้อมูลและความเห็นไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไปตามนั้นเสมอ โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
วันนี้เป็นอย่างนี้ พรุ่งนี้ก็อาจเปลี่ยนไปไม่หยุดนิ่ง ขอเพียงให้ใช้สติพิจารณาข้อมูลรวมถึงความเห็นที่เป็นเพียงข้อมูลนำทางเท่านั้น และปรับเปลี่ยนให้เกิดประโยชน์สูงสุดมากกว่าครับ ซึ่งเป็นความเห็นโดยส่วนตัว บางท่านอาจเห็นต่างกันไปไม่ว่ากันครับเป็นธรรมดาของเรื่องความคิด ความเห็น

ส่วนเรื่อง reverse มันทำได้เพียงแค่ ป้องกัน แต่ป้องกันไม่ได้ 100% ถ้าตัว packer ที่ใช้นิยมกันใช้... แต่ถ้าเป็น packer ดีๆ ที่ราคาแพงๆ ไม่ค่อยมีคนนิยมใช้ก็อีกเรื่องครับ <-- ตรงนี้ไม่อธิบายเพิ่มน่ะ
ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์ทั้งหมดครับ ของทุกอย่างมันย่อมมีตำหนิเสมอ
มันไม่มีอะไร 100 % อยู่แล้วครับ แม้ตัวป้องกันขโมยที่ว่าแน่ๆ ก็ไม่เคยป้องกันได้ 100 % ครับ
หรือตัวเข้ารหัสอะไรในโลกที่ว่าเก่งๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะปกป้องได้ 100 % เสมอ เหนือฟ้าก็ยังมีฟ้าเสมอ
แต่ก็อาจช่วยได้เพียงแค่ชลอเวลาการท่านั้น จริงๆก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไรมากนัก
ก็เป็นการให้ข้อมูลไว้ในเรื่องของ Reverse engineer ที่เอ่ยถึงเท่านั้น ไม่น่ามีอะไรยืดเยื้ออย่างนี้นะ
ท่านเป็นคนเปิดประเด็นไว้ ทำไมไม่หาข้อมูลมาใส่ให้คำแนะนำให้ความคิดความเห็นมาช่วยกันให้ความรู้มากกว่านี้ละครับ
ว่าท่านเคยใช้ เคยเห็นอย่างไร ข้อมูลที่ดีก็ควรอ้างอิงที่ไปที่มาไม่ใช่หรือครับ
ผมแค่หาข้อมูลมาบางส่วนตามที่เห็นที่เจอและนำมาอ้างอิงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

python,java โครงสร้างข้างในเขียนโดยใช้ภาษา C/C++ ลองโหลด source code มาดูได้ครับ

ในเรื่องความแตกต่างของ Source code ของภาษา python,Java,C# ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก C/C++
หากคิดว่าผมคงไม่ทราบ ก็หมายความว่า ความรู้ ความคิดเห็น ผมคงมีไม่มากพอ ที่จะสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นกับท่านในลำดับต่อไปได้
ดังนั้นผมจึงขอยุติการแลกเปลี่ยนความรู้ความเห็นกับท่านในเรื่องนี้ครับ


การถกเถียงกันด้วยความรู้ ด้วยข้อมูล คำแนะนำ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี มีประโยชน์ ทั้งต่อคู่สนทนาและท่านอื่นๆ
ที่สามารถนำข้อมูลที่ได้นำไปวิเคราะห์พิจารณาต่อได้ มีถูกมีผิดบ้างเป็นเรื่องธรรมดา
แต่การไม่เชื่อถือ,ความอคติ,ความคิดว่าคู่สนทนาด้อยกว่าปัญญาตนแล้ว ซึ่งเป็นการไม่ให้เกียรติกัน
หากเป็นดังนี้แล้ว ไม่ว่าข้อมูลที่แม้จะดีเพียงใดก็ตาม ความคิด ความเชื่อ ความรู้สึกที่มี
คงไม่อาจพิจารณาต่อข้อมูลที่มีเหล่านั้นได้ ดังนั้นก็ควรยุติการแลกเปลี่ยนข้อมูลไปจะดีกว่า เนื่องจากไม่เกิดประโยชน์อันใดที่จะมีต่อไป

เราจะแลกเปลี่ยนข้อมูลกันด้วยความไม่ให้เกียรติกันไหมครับ หากเป็นเช่นนั้นคงไม่ได้ประโยชน์อันใดเลย

Pages: [1] 2 3 ... 5