Main Menu
Menu

Show posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Show posts Menu

Messages - Admin

#1
Quote from: tha on October 10, 2023, 01:39:46 PMลง youtube ยังไงหล่ะ ใช้ flash player ไม่ได้

แก้ไขให้ใหม่แล้วครับ กดที่ปุ่ม Youtube ได้เลย
#4
1. เตรียม Raspberry Pi
- Installing the operating system
- Installing the VNC Viewer
- Installing the File Transfer Software WinSCP
- Installing the openplcproject runtime
2. การติดตั้งโปรแกรม OpenPLC Editor
- Download and Installation
- Raspberry Pi pin descriptions
- Additional Hardware I/O Test Board
3. การใช้งานโปรแกรม OpenPLC Editor
- Description of the OpenPLC Editor
- Ladder Logic Example (LD)
- Function Block example (FBD)
- Instruction List example (IL)
- Structured Text examples (ST, SCL)
1. Variable
2. Control structures
3. Conversion operators
4. Standard function blocks according to IEC 61131-3
5. First ST program example
6. ST example for controlling a conveyor belt
7. Defining arrays with the OpenPLC Editor
8. Defining structures with the OpenPLC Editor
9. Combining structures with arrays using the OpenPLC Editor
10. Definition of ENUMs
- Sequential Function Chart example (SFC)
4. OpenPLC และ Modbus
- Testing PLC programs with Modbus TCP
- Visualization of PLC programs with AdvancedHMI
- Visualization of PLC programs via the Internet
5. โมดูล Modbus I/O
- Modbus RTU module with the Arduino UNO
- Modbus TCP module with the ESP8266 and WLAN
- Web server application with the ESP8266 I/O module
#5
ตามปกติแล้วโปรแกรม Node-RED จะติดตั้งมากับ Raspbian OS อยู่แล้ว เราสามารถทดสอบว่ามี Node-RED ติดตั้งแล้วหรือไม่โดยการพิมพ์

node-red

่่ถ้ามี Node-RED ติดตั้งเรียบร้อย จะแสดงหน้าต่างรายละเอียดดังรูปด้านล่าง



ถ้ายังไม่มี Node-RED ติดตั้ง เราก็สามารถติดตั้งได้โดยใช้คำสั่ง

sudo apt-get install nodered

หรือถ้าเราอยากอัพเดทเป็น version ล่าสุด ก็สามารถทำได้โดยใช้คำสั่ง

bash <(curl -sL https://raw.githubusercontent.com/node-red/linux-installers/master/deb/update-nodejs-and-nodered)

หลังจากติดตั้งหรืออัพเดทเรียบร้อย เราสามารถเริ่มต้นใช้งานโปรแกรม Node-RED ได้โดยใช้คำสั่ง

node-red-start

จะมีหน้าต่างแสดงรายละเอียดขึ้นมาดังรูปด้านล่าง ซึ่งจะมีรายละเอียดคำสั่งที่สำคัญอีก 3 คำสั่งคือ

node-red-stop หยุดการทำงานของโปรแกรม Node-RED
sudo systemctl enable nodered.service กำหนดให้โปรแกรม Node-RED เริ่มทำงานทุกครั้งที่มีการบูตระบบ
sudo systemctl disable nodered.service สั่งให้ยกเลิกการกำหนดให้โปรแกรม Node-RED เริ่มทำงานทุกครั้งที่มีการบูตระบบ



เมื่อโปรแกรม Node-RED ทำงาน เราสามารถเข้าใช้งานได้โดยการเปิดโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์แล้วใส่ url เป็นเลข IP ของ Raspberry Pi ตามด้วยเครื่องหมาย : และหมายเลขพอร์ต 1880 เช่น

192.168.1.109:1880

เมื่อใส่ url เรียบร้อยจะปรากฏหน้าต่างเริ่มต้นใช้งานของโปรแกรม Node-RED ดังรูปด้านล่าง แต่ถ้าเราเรียกโปรแกรม Node-RED จากตัว Raspberry Pi โดยตรง ก็ใส่ url เป็น localhost:1880

#7
ทุกวันนี้เป็นเรื่องที่ง่ายมากที่จะค้นหาไลบรารี่ของอุปกรณ์จากอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีแจกฟรีเป็นล้านๆ ตัว แต่ความรู้เกี่ยวกับการสร้าง Schematic symbol และ PCB footprint ก็ยังมีความสำคัญและจำเป็น ในตัวอย่างนี้ เราจะมาลองสร้าง Schematic symbol ของไอซีเบอร์ NE555 เริ่มต้นคลิกที่เมนู File -> New -> Symbol ตามรูปด้านล่าง



หลังจากเปิดหน้า New Symbol ขึ้นแล้วให้ทำการ Save ไฟล์ โดยไปที่เมนู File - Save จะมีหน้าต่าง Save as Symbol ขึ้นมา ตรงช่อง Title: ให้กรอกชื่อ Symbol ที่เราจะสร้าง ตัวอย่างเช่น NE555 จากนั้นกดปุ่ม Save



เลือกเครื่องมือสี่เหลี่ยม Rectangle (คีย์ลัด S) ตามรูปด้านล่าง นำมาวางไว้บน editor



ขั้นตอนการวางให้คลิกเมาส์ซ้ายที่จุดเริ่มต้น แล้วลากให้เป็นสี่เหลี่ยม แล้วคลิกเมาส์ซ้ายที่จุดสุดท้ายอีกครั้ง กดปุ่ม Esc เพื่อออกจากคำสั่งล่าสุด



จาก NE555D datasheet จะเห็นตำแหน่งขาและหน้าที่การทำงาน ให้เราทำการวาด Schematic Symbol ให้เหมือนรูปด้านล่าง



ทำการเพิ่มขา IC โดยไปเลือกเครื่องมือ Pin (ลูกศรสีแดงชี้) หรือกดคีย์ลัด P แล้ววางขาลงไปให้ครบทั้ง 8 ขา (หันด้านหัวของแต่ละขาออกจากตัวถัง) สามารถกด Space bar เพื่อหมุนตำแหน่งขา



วางขาให้ครบทั้ง 8 ขา แล้วจัดตัวถังให้พอเหมาะกับจำนวนขา คลิกเลือกที่ขา 1 จากนั้นทำการเปลี่ยนตรงช่อง Name ให้ตรงกับหน้าที่การทำงานของขานั้น



เมื่อทำครบทั้ง 8 ขาแล้ว ให้จัดตำแหน่งขาหมายเลข 5-8 โดยคลิกเลือกที่ขา 5 แล้วกดปุ่ม Ctrl ค้างไว้ จากนั้นเลือกขา 6-8 ตามลำดับ ตัวโปรแกรมจะเลือกทั้ง 4 ขาให้อัตโนมัติ จากนั้นคลิกเมาส์ปุ่มซ้ายที่ขา 5 แล้วเลื่อนไปทางขวา จัดตำแหน่งให้เหมาะสม



จากนั้นคลิกที่ Symbol Wizard (ลูกศรสีแดงชี้) ในหน้า Symbol Wizard เราสามารถเลือก Style ของสัญลักษณ์ได้ ตามตัวอย่างเราเลือก Style แบบ DIP-A จากนั้นคลิก OK



โปรแกรมจะปรับตัวสัญลักษณ์ของเราให้สวยงามขึ้น พร้อมทั้งกำหนดจุด (Mark) สำหรับตำแหน่งขา 1 ให้เราด้วย จากนั้นกด Ctrl + S เพื่อ Save งาน แล้วให้ลองคลิกที่ Library (ลูกศรสีแดงชี้)



ตรง My Libraries - All จะปรากฏไลบรารี่ NE555 ที่เราพึ่งสร้างเสร็จ เมื่อเราคลิกที่ลิสต์ชื่อ NE555 จะปรากฏรูปสัญลักษณ์ของ IC NE555 ขึ้นที่ด้านขวา ตามรูปด้านล่าง



เมื่อเราลองคลิกขวาที่ลิสต์ชื่อ NE555 แล้วเลือก Modify จะปรากฏหน้าต่าง Modify file info ตรงช่อง Tags ให้ใส่คำว่า IC แล้วกด OK



ไลบรารี่ NE555 ของเราจะเพื่อเข้าไปอยู่ในสารบัญ IC ตามรูปด้านล่าง ข้อดีของการกำหนด Tags จะทำให้เราสามารถแยกประเภทไลบรารี่อุปกรณ์ และทำการค้นหาภายหลังได้ง่ายขึ้น

#8
Version Control คือระบบที่จัดเก็บการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับไฟล์ออกแบบ เพื่อที่เราจะสามารถเรียกเวอร์ชั่นใดเวอร์ชั่นหนึ่งกลับมาใช้งานเมื่อไรก็ได้ การเริ่มต้นใช้งาน Version Control ให้คลิกขวาที่โปรเจค จากนั้นเลือกเมนู Version แล้วเลือก Version Management ตามรูปด้านล่าง



จะเข้าสู่หน้า Project Versions ในช่อง Name ตัวไฟล์เริ่มต้นจะมีชื่อว่า master ให้ทำการเปลี่ยนชื่อโดยการคลิกที่ Edit ตรงช่อง Operation (ไฮไลท์สีฟ้า)



จากนั้นจะเข้าสู่หน้าต่าง Edit Version ให้ทำการเปลี่ยนชื่อในช่อง Version Name เป็น V1.0 จากนั้นกด Edit



จากนั้นกลับมาที่หน้า editor แล้วคลิกขวาที่โปรเจค เลือกเมนู Version แล้วเลือก New Version ตามรูปด้านล่าง



จะมีหน้าต่าง Create New Version ขึ้น ตรงช่อง Name: กรอก V2.0 ช่อง Description: กรอกรายละเอียดการเปลี่ยนแปลง เช่น add a LED จากนั้นกดปุ่ม Create



กลับไปที่โปรเจคอีกครั้ง ทำการคลิกขวาแล้วเลือกเมนู Version เลือก Switch Version



ที่หน้าต่าง Switch Version เลือกที่แถบ V2.0 แล้วกดปุ่ม Switch



ตรงแถบ Opened Projects จะมีโปรเจค V2.0 ขึ้นมาแทน ทำการดับเบิลคลิกที่ไฟล์ Sheet_1 (ไฟล์ Schematic)



พอเปิดหน้า Schematic ขึ้นมาเรียบร้อย ให้ทำการ Copy LED1 มาใส่อีกข้าง เป็น LED2 ตามรูปด้านล่าง แล้วกด File -> Save เราก็จะได้โปรเจคเป็น 2 Version คือ V1.0 มี LED 1 ตัว ส่วน V2.0 จะมี LED 2 ตัว