CU-TEP คืออะไร ?

  • 0 Replies
  • 1418 Views
CU-TEP คืออะไร ?
« on: December 16, 2014, 09:44:48 pm »
cu-tep  คืออะไร ?


                 CU-TEP (Chulalongkorn University Test Of English Proficiency) คือ แบบทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษที่ได้รับความนิยมมาก  แบบทดสอบ CU-TEP จัดทำโดยสถาบันภาษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  สำหรับให้ศูนย์ทดสอบทางวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไว้ใช้ทดสอบเพียงแต่ผู้เดียวในประเทศไทย  แบบทดสอบ CU-TEP สามารถใช้วัดทักษะ 3 ทักษะ ได้แก่ การฟัง การอ่าน และการเขียน โดยจุดเด่นของแบบทดสอบนี้ไปเทียบได้ว่าจะเป็นคะแนน TOEFL  เท่าไหร่ และผลคะแนนนี้สามารถเก็บไว้ใช้ได้ถึง 2 ปี


CU-TEP มีกี่พาร์ท ?
                 บุคคลทั่วไปสามารถนำคะแนน CU-TEP ไปใช้ได้หลายด้านค่ะ  ทั้งด้านการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก  สามารถนำไปใช้สมัครงาน  ในด้านการศึกษาในระดับปริญญาตรีหลักสูตรนานาชาติกำหนดให้มีคะแนน CU-TEP  ขั้นต่ำอยู่ที่ 550 คะแนน  ส่วนปริญญาโทและปริญญาเอก ก็จะมีคะแนน CU-TEP หลายเกณฑ์แตกต่างกันไปค่ะ มีตั้งแต่ 450 500 550 คะแนนไปจนถึง 600 คะแนนทีเดียวค่ะ  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละหลักสูตรนั้นให้ผู้เรียนใช้ทักษะระหว่างเรียนมากน้อยแค่ไหนค่ะ  ส่วนข้อสอบ CU-TEP  นั้นมีทั้งหมด 4 พาร์ท คือ part Listening,  part Reading,  part Writing และ Speaking   แต่ในส่วนของพาร์ท Speaking จะจัดสอบให้เฉพาะผู้ที่ต้องการทดสอบเท่านั้น  โดยทั่วไปเราจะนิยมสอบกันแค่ 3 ทักษะค่ะ คือ ทักษะ Listening, Reading และ Writing


หากสนใจสอบ cu-tep สามารถสมัครได้ที่ไหน  แล้วต้องรอกี่วันหลังสอบเสร็จคะแนน CU-TEP ถึงจะออก ?
                 ผู้สมัครต้องสมัครสอบผ่านโปรแกรมลงทะเบียนแบบOnline ทาง Internet เท่านั้น โดยผู้สมัครสามารถสมัครผ่านทาง http://www.atc.chula.ac.th  และหลังจากที่ผู้สมัครลงทะเบียนถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว โปรแกรมจะสร้างใบลงทะเบียนให้ผู้สมัคร ดังนั้น เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผู้สมัครใช้ในการลงทะเบียนต้องต่อเข้ากับเครื่องพรินเตอร์ให้พร้อม  และศูนย์ทดสอบทางวิชาการทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  คิดว่าธรรมเนียมการสอบครั้งละ 600 บาท และเท่าธรรมเนียมของทางธนาคาร 15 บาท ต่อหนึ่งใบลงทะเบียนค่ะ  และผลคะแนนในสอบสอบ CU-TEP จะออกหลังจากที่ผ่านการทดสอบไปแล้ว 2 อาทิตย์ค่ะ


วิเคราะห์ข้อสอบ cu-tep listening  ?
                 ข้อสอบ CU-TEP  พาร์ทนี้จะมีข้อสอบทั้งหมด 30 ข้อ ใช้เวลา 30 นาที โยจะแบ่งเป็นส่วนย่อยๆ ทั้งหมด 3 ส่วน
ส่วนแรกมีทั้งหมด 15 ข้อ  โดยข้อสอบแต่ละข้อละเป็นการพูดคุยสนทนาระหว่างบุคคลในเหตุการณ์สั้นๆ  เทคนิคในการทำสอบสอบส่วนนี้คือ ก่อนที่จะเริ่มทำข้อสอบผู้สอบควรจะดูตัวเลือกทั้ง 4 ข้อก่อนว่าคำตอบที่สามารถเป็นไรได้มีอะไรบ้าง  เมื่อคำถามจบลงแล้วก็สามารถเลือกคำตอบตามที่เราคิดว่าน่าจะถูกต้องได้ทันทีค่ะ โดยไม่ต้องเสียเวลาในการอ่านตัวเลือกอีกค่ะ  และที่สำคัญถ้าไม่แน่ใจว่าจะเลือกตัวเลือกไหน  อย่าคิดนานให้รีบเลือกคำตอบที่น่าจะเป็นไรได้มากที่สุดเลยค่ะ เพื่อที่จะได้มีสมาธิในการสอบข้อต่อไป โดยไม่ต้องกังวล  ส่วนที่ 2 ก็จะเป็นนาการสนทนาแบบยาวกว่าเดิมมากขึ้น 4-5 เท่า  ซึ่งบทสนทนาที่ยาวขึ้นเวลาฟังก็ควรจะจดโน๊ตย่อไปด้วยค่ะ  ว่าใคร  ทำอะไร  ที่ไหน  อย่างไร  โดยเฉพาะบทสนทนาที่เป็นจำนวนหรือตัวเลขต่างๆ  เพื่อที่ว่าเราจะได้ตอบคำถามได้ถูกต้องมากขึ้น เพราะคำถาม CU-TEP ในส่วนนี้แทบทุกชุดจะมีการถามเกี่ยวกับจำนวน อายุ พ.ศ. หรือปริมาณของสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ  ดังนั้นถ้าหากเราจดทันก็จะสามารถตอบคำถามได้อย่างแม่นยำค่ะ  เทคนิคในการจดโน๊ตย่อนั้น ควรจะจดว่าตัวเลขนั้นหมายถึงอะไรค่ะ  ถ้าใครมีทักษะในการจำก็อาจไม่ต้องจดค่ะ  ส่วนพาร์ทสุดท้าย จะเป็นการบรรยายบทความ ความยาวประมาณ 200 -250 คำ  ซึ่งจะมีเนื้อหากึ่งทางการ  อาจจะเป็นบทความเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ฯลฯ ส่วนสำหรับในส่วนนี้บทพูดมีความยาวพอสมควร  ดังนั้นผู้ฟังก็ควรจะมีสติพอสมควรค่ะ  จำใจความสำคัญให้ได้  และถ้าจำข้อมูลทั้งหมดไม่ได้ก็ขอให้จดโน๊ตย่อไปด้วยค่ะ  และที่สำคัญให้จดด้วยว่าเหตุการณ์ในคำพูดนั้นเป็น Tense ไหน  เพราะในบทพูดภาษาอังกฤษจะให้ความสำคัญในเรื่อง Tense  ด้วย   ถ้าเข้าใจในจุดนี้ก็จะสามารถตอบคำตอบได้อย่างถูกต้องค่ะ


วิเคราะห์ข้อสอบ cu-tep  part Reading ?
                 ข้อสอบ CU- TEP พาร์ทนี้จะมีทั้งหมด  60 ข้อ ใช้เวลา 70 นาที  ถือว่าเป็นพาร์ทที่ใช้เวลานานที่สุด เป็นพาร์ทที่หนักที่สุด  แบ่งเป็น 3 ส่วนเช่นเดียวกัน  ในส่วนแรกจะเป็น Cloze reading จะเป็นบทความยาวประมาณ 1 หน้า A4  ซึ่งเป็นส่วนของการเติมคำศัพท์ที่เว้นไว้ให้ในช่องว่างของบทความค่ะ สำหรับหลักในการทำง่ายๆ เราต้องพิจารณาในส่วนแรกก่อน คือส่วนของไวยกรณ์ ซึ่งคำที่เราจะเลือกมาเติมในช่องว่างจะต้องตรงตามหลักไวยกรณ์ด้วยค่ะ และคำนั้นต้องมีความสอดคล้องกับเนื้อหา  ถ้าใครยังไม่เข้าใจบทรวมของบทความนั้น  ก็อยากให้อ่านบทความในคราวๆ ก่อนเพื่อให้เห็นภาพรวมมากยิ่งขึ้น  ประหยัดเวลาและสามารถทำข้อสอบได้รวดเร็วมากขึ้น ส่วนที่ 2 จะเป็นบทความขนาดสั้นจำนวน 1 บทความ  จะมีความยาวประมาณ ครึ่งหน้า A4 เท่านั้นค่ะ  ตามด้วยคำถามและคำตอบแบบตัวเลือกจำนวน 5 ข้อค่ะ  จะมีลักษณะการเขียนจดหมายโดยทั่วไป  อาจจะเป็นจดหมายราชการ หรือจดหมายธรรมดาถึงหน่วยงานต่างๆ  เทคนิคในการทำข้อสอบส่วนนี้  เราควรที่จะอ่านคำถามและคำตอบทั้งหมดคราวๆ ก่อน  ซึ่งจะทำให้เราสามารถรู้ว่าเราควรจะมองหาคำตอบในลักษณะไหนภายในบทความที่อ่านนั้น  ก็จะทำให้เราจับจุดในการอ่านได้มากขึ้น  ส่วนที่ 3 คือ บทความขนาดยาวประมาณ 4 บทความ  ขนาดบทความละ 1 หน้า A4 ค่ะ จำนวน 4 บทความด้วยกัน  แต่ละบทความจะมีคำถามประมาณ 10 ข้อ  ในการทำข้อสอบในส่วนนี้ก็เหมือนกับส่วนที่ผ่านๆ มาค่ะ เราควรจะอ่านคำถามก่อนเพื่อที่เวลาเราไปอ่านบทความเราจะได้จับจุดถูกค่ะ  ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือเราจะต้องบริหารจัดการเวลาให้ดีค่ะ  ซึ่งถือว่าเป็นข้อสอบที่หนักพอสมควรที่ต้องอ่านบทความถึง 6 บทความในระยะเวลาที่จำกัด  ดังนั้นควรจะบริหารจัดการเวลาให้ดีด้วยค่ะ


วิเคราะห์ข้อสอบ cu-tep  part Writing ?
                 จะมีลักษณะเป็น ERROR Correction ทั้งหมดมี 30 ข้อ ให้เวลา 30 นาที ซึ่งเวลา 30 นาทีนั้นเป็นเวลาที่ไม่เยอะเลยค่ะ  ซึ่งอยากให้พิจารณาและทำข้อสอบโดยรวมให้ครบก่อน  ถ้ามีเวลาเหลือข้อไหนไม่แน่ใจก็ถึงย้อนกลับมาพิจารณาอีกครั้งค่ะ  อย่าประมาทว่าข้อสอบมีตัวหนังสือที่น้อยและมีเวลาทำตั้ง 30 นาที  ในความจริง 30 นาทีนี่ไม่ยากเลย  ขอให้บริหารจัดการเวลาให้ดีด้วย  และหลักในการทำข้อสอบส่วนนี้จะต้องพิจารณาความถูกต้องตามหลักไวยกรณ์  และขอให้ทำข้อสอบในส่วนนี้ด้วยความรอบครอบด้วยค่ะ


เปรียบเทียบความยากง่าย cu-tep กับข้อสอบ tofl  ?
                 ข้อสอบ TOEFL มีความยากกว่าข้อสอบ CU-TEP มากค่ะ  ซึ่งการสอบ CU-TEP  ในพาร์ท Writing เป็นการสอบแบบ ERROR เท่านั้น ส่วนในการสอบ TOEFL ในพาร์ท Writing ผู้สอบจะต้องเขียนเรียงความให้ถูกต้องตามรูปแบบภายในระยะเวลาที่จำกัด ซึ่งถือว่าข้อสอบ TOEFL เป็นความยากกว่าการทำข้อสอบ CU-TEP  และในการสอบ CU-TEP  ผู้สอบสามารถเลือกได้ว่าจะทำข้อสอบ Speaking หรือไม่ ซึ่งในการสอบ TOEFL นั้นจะบังคับให้ผู้สอบสอบ Speaking ด้วย  ซึ่งในการสอบ  CU-TEP  ไม่ต้องใช้คะแนนสอบในส่วนของ Speaking ก็สามารถนำคะแนนไปใช้ได้ค่ะ