Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - tatree_b

Pages: [1] 2 3 ... 22
1
     ผมใช้ 12F1572 ทดลองฟังค์ชั้นต่างๆ ผมสามารถเขียนคำสั่ง  LATAx  INT  IOCAPx   Timer2 ได้ปกติ แต่ติดปัญหาคือเหมือนมันจะทำงานเฉพาะที่ความถี่ default 500kHz ตามดาต้าชีทเท่านั้น ผมไม่สามารถเปลี่ยนสัญญาณนาฬิกาเป็น 4MHz ได้ พอเปลี่ยนคำสั่งจาก
#define _XTAL_FREQ 500000   เป็น #define _XTAL_FREQ 4000000   ค่าดีเลย์ในโปรแกรมมันจะออกมาไม่ตรงความจริงเลย (ใช้มิเตอร์วัดความถั้จับดู)็

 ผมลองใช้คำสั่ง OSCCON ก็คอมไพล์ไม่ผ่าน เนื่องจากมันไม่เข้าใจการเซท OSCCON (ผมใช้วิธัทั้งเขียนเอง ลอกเขาจากเน็ต ทุกวิธีมันก็ทำอะไรไม่ได้ เหมือนมันจะมองเป็นตัวแปรที่ไม่ได้ type ไว้) คำสั่งที่แนบผมก็แค่ใช้ทำไฟกระพริบ  รบกวนช่วยดูหรือขอคำสั่ง XC8 เพื่อสั่งทำงานที่ 4MHz หน่อยครับ


#include <xc.h>
#define _XTAL_FREQ 500000   
 
// CONFIG1
#pragma config FOSC     = INTOSC    //  (INTOSC oscillator; I/O function on CLKIN pin)
#pragma config WDTE     = OFF       // Watchdog Timer Enable (WDT disabled)
#pragma config PWRTE    = ON       // Power-up Timer Enable (PWRT disabled)
#pragma config MCLRE    = ON        // MCLR Pin Function Select (MCLR/VPP pin function is MCLR)
#pragma config CP       = OFF       // Flash Program Memory Code Protection (Program memory code protection is disabled)
#pragma config BOREN    = OFF       // Brown-out Reset Enable (Brown-out Reset disabled)
#pragma config CLKOUTEN = OFF       // Clock Out Enable (CLKOUT function is disabled. I/O or oscillator function on the CLKOUT pin)
 
// CONFIG2
#pragma config WRT      = OFF       // Flash Memory Self-Write Protection (Write protection off)
#pragma config PLLEN    = OFF       // PLL Enable (4x PLL disabled)
#pragma config STVREN   = ON        // Stack Overflow/Underflow Reset Enable (Stack Overflow or Underflow will cause a Reset)
#pragma config BORV     = LO        // Brown-out Reset Voltage Selection (Brown-out Reset Voltage (Vbor), low trip point selected.)
#pragma config LPBOREN  = OFF       // Low Power Brown-out Reset enable bit (LPBOR is disabled)
#pragma config LVP      = OFF       // Low-Voltage Programming Enable (High-voltage on MCLR/VPP must be used for programming)
 
    // ==================     // Configure I/O pins     // ==================
 OSCCON  = 0b01101000;

int main(void){
CM1CON1 = 0x07;
ANSELA = 0b00000000; // all pins to digital
LATA = 0b00001110; // all port bits off
TRISA = 0b00001110; // all pins to outputs except RA0,RA3 (MCLR)
// LATA5 = 0;

while(1){

   LATA5 = 1;
   __delay_us(2500);

   LATA5 = 0;
   __delay_us(2500);   

     }

2
น่าจะหาเรื่องโฆษณาพรรคการเมืองมากกว่า

3
CE มีทั้งแบบจีน (China Export) กับแบบยุโรป

ถ้าเป็นแบบยุโรป

เครื่องหมาย CE ย่อมาจากคำในภาษาฝรั่งเศสว่า “Conformite Europeene ซึ่งมีความหมายเดียวกับคำใน ภาษาอังกฤษคือ “European Conformity” เดิมทีใช้เครื่องหมาย EC แต่ภายหลังได้เปลี่ยนมาเป็นเครื่องหมาย CE อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2536

เครื่องหมาย CE ที่ปรากฏอยู่บนสินค้าเป็นเครื่องหมายที่แสดงการรับรองจากผู้ผลิต (Manufacturer’s Declaration) ว่าสินค้านั้น มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องของสหภาพยุโรป การมีเครื่องหมาย CE กำกับบนสินค้าจะทำให้สินค้านั้นสามารถวางจำหน่าย และสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรีในเขตเศรษฐกิจยุโรป หรือ European Economic Area (EEA) ซึ่งประกอบด้วยสหภาพยุโรป หรือ European Community (EU) และ สมาคมการค้าเสรียุโรป หรือ European Free Trade Association (EFTA) ยกเว้นประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสมาชิกแต่ละประเทศจะดำเนินการออกกฎหมายภายในประเทศให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของสหภาพยุโรป หรือ EC Directives ที่กี่ยวข้องกับการใช้เครื่องหมาย CE

สินค้าที่อยู่ในข่ายต้องใช้เครื่องหมาย CE มีสินค้า 23 กลุ่ม ซึ่งจะต้องมีเครื่องหมาย CE จึงจะสามารถวางจำหน่ายและเคลื่อนย้ายภายในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ได้ ซึ่งรวมถึงสินค้านำเข้าด้วย และในแต่ละสินค้าจะมีกฎหมายเฉพาะสินค้า หรือที่เรียกว่า Product Directives ซึ่งให้รายละเอียดข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละสินค้า (technical specifications) ที่กำหนดขึ้นมาจากมาตรฐานความสอดคล้อง (Harmonized Standards) ขององค์การมาตรฐานต่างๆ ในยุโรป อาทิ European Committee for Standardization (CEN), European Committee for Electrotechnical Standardization (CENELEC) เป็นต้น โดยสินค้าที่ต้องมีเครื่องหมาย CE มีดังนี้

1 ระบบและอุปกรณ์เกี่ยวกับการจัดการจราจรทางอากาศ ซึ่งรวมถึงระบบการสื่อสาร ระบบการตรวจสอบ
ระบบการให้ความช่วยเหลืออัตโนมัติในการควบคุมการจราจรทางอากาศ และระบบการให้ทิศทาง รายละเอียดปรากฏใน Directive 93/65/EEC ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2537
2 อุปกรณ์เครื่องใช้ที่จุดไฟโดยใช้แก๊ส ซึ่งหมายถึงเครื่องใช้ทุกชนิดที่ใช้ในการทำอาหาร ทำความร้อน ผลิตน้ำร้อน ตู้เย็น แสงสว่าง หรือซักล้าง และที่ซึ่งระดับอุณหภูมิของน้ำไม่เกิน 105 องศาเซลเซียส รายละเอียดปรากฏใน Directive 90/396/EEC ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือน มกราคม 2539
3 ระบบการติดตั้งเคเบิลสำหรับบรรทุกผู้โดยสาร รายละเอียดปรากฏใน Directive 2000/9/EC แต่ยังไม่มี
ผลใช้บังคับทางกฎหมาย
4 อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้า หรือโวลต์ต่ำ ซึ่งรวมถึง อุปกรณ์ที่ถูกออกแบบสำหรับการใช้กับระดับแรงดันไฟฟ้าระหว่าง 50-1,000 โวลต์ หรือ 75-1,500 โวลต์ รวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมากที่ใช้ภายในประเทศและเชิงพาณิชย์ รายละเอียดปรากฏใน Directive 73/23/EEC ซึ่งยังมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือนมกราคม 2540
5 ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการก่อสร้าง รายละเอียดปรากฏใน Directive 89/106/EEC ซึ่งยังมีผลใช้บังคับตั้งแต่
เดือนมิถุนายน 2534
6 อุปกรณ์และระบบป้องกันสำหรับการใช้ในบรรยากาศที่อาจเกิดการระเบิด ซึ่งหมายถึง เครื่องจักรหรือ
อุปกรณ์ที่สามารถทำให้เกิดการระเบิดผ่านแหล่งกำเนิด ที่ทำให้เกิดการเผาไหม้และระบบป้องกันนี้ถูกออกแบบให้สามารถระงับการระเบิดนั้นได้ รายละเอียดปรากฏใน Directive 94/9/EC ซึ่งยังมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2546
7 วัตถุระเบิดสำหรับพลเมืองใช้ ซึ่งถูกนิยามรายละเอียดในเอกสารข้อเสนอแนะขององค์การสหประชาชาติว่า
ด้วยการขนส่งสินค้าอันตราย รายละเอียดปรากฏใน Directive 93/15/EEC ซึ่งยังมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือนมกราคม 2546
8 ภาชนะหุงต้มน้ำร้อน (ปริมาณระหว่าง 4 กิโลวัตต์ ถึง 400 กิโลวัตต์ เผาไหม้โดยของเหลวหรือเชื้อเพลงแก๊ส) รายละเอียดปรากฏใน Directive 92/42/EEC ซึ่งยังมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือนมกราคม 2541
9 ตู้เย็นและเครื่องทำความเย็นใช้ภายในครัวเรือน รายละเอียดปรากฏใน Directive 96/57/EC ซึ่งยังมีผลใช้บังคับตั้งแต่ เดือนกันยายน 2542
10 ลิฟต์สำหรับขนผู้โดยสารหรือสินค้า รายละเอียดปรากฏใน Directive 95/16/EC ซึ่งยังมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2542
11 เครื่องจักรกลทุกชนิดที่มีส่วนประกอบใช้ในการแปรรูป รักษา เคลื่อนย้าย หรือการบรรจุหีบห่อวัสดุรายละเอียดปรากฏใน Directive 1998/37/EC ซึ่งยังมีผลใช้บังคับตั้งแต่ เดือนมกราคม 2538
12 อุปกรณ์เกี่ยวกับการเดินเรือ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายการเดินเรือระหว่างประเทศ รายละเอียดปรากฏในDirective 96/98/EC ซึ่งยังมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือนมกราคม 2541
13 เครื่องมือทางการแพทย์ หมายถึงอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการวินิจฉัย การ ป้องกัน การติดตาม การรักษา หรือการบรรเทาโรค การบาดเจ็บ หรือความบกพร่องทางร่างกาย ซึ่งรวมถึงการทดแทนแขนขา หรือข้อต่อ และการคุมกำเนิด รายละเอียดปรากฏใน Directive 93/42/EEC ซึ่งยังมีผลใช้บังคับตั้งแต่ เดือนมกราคม 2541
14 เครื่องมือทางการแพทย์เกี่ยวกับการฝังที่มีลักษณะเป็นกัมมันตภาพรังสี ซึ่งรวมถึงเครื่องมือที่อาศัยแหล่งพลังงานไฟฟ้า หรือ แหล่งพลังงานอื่นๆ นอกเหนือไปจากที่ผลิตได้โดยตรงจากร่างการมนุษย์ รายละเอียดปรากฏใน Directive 90/385/EEC ซึ่งยังมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือนมกราคม 2538
15 เครื่องมือทางการแพทย์ใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรค หมายถึง เครื่องมือที่ ใช้ในการตรวจสอบสิ่งต่างๆ เช่น เลือด เนื้อเยื่อจากร่างกายมนุษย์ รายละเอียดปรากฏใน Directive 98/79/EC ซึ่งยังมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2546
16 เครื่องชั่งแบบไม่อัตโนมัติ หมายถึง เครื่องชั่งที่ต้องมีผู้ควบคุมเครื่องใน กระบวนการชั่ง รายละเอียดปรากฏ
ใน Directive 90/384/EEC ซึ่งยังมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือนมกราคม 2546
17 อุปกรณ์ป้องกันตัวส่วนบุคคล หมายถึง เครื่องมือใดๆ ที่บุคคลใช้ใน การป้องกันความปลอดภัยหรือต่อต้าน
สิ่งที่เป็นอันตราย รายละเอียดปรากฏใน Directive 89/686/EEC ซึ่งยังมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2538
18 อุปกรณ์เกี่ยวกับแรงดัน ซึ่งรวมถึงท่อ หรืออุปกรณ์ด้านความปลอดภัย และอุปกรณ์/ส่วนประกอบเกี่ยวกับแรงดันทุกชนิด รายละเอียดปรากฏใน Directive 97/23/EC ซึ่งยังมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2545
19 อุปกรณ์เกี่ยวกับวิทยุ และอุปกรณ์เกี่ยวกับสถานีโทรคมนาคม รายละเอียดปรากฏใน Directive1999/5/EC ซึ่งในแต่ละตัวสินค้ามีผลใช้ บังคับทางกฎหมายในระยะเวลาที่แตกต่างกัน
20 เรือขนาดความยาวของลำเรือตั้งแต่ 2.5 – 24 เมตร ที่ใช้สำหรับการ กีฬา หรือ การพักผ่อนรายละเอียดปรากฏใน Directive 95/25/EC ซึ่งยังมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2541
21 ท่อแรงดัน ซึ่งรวมถึงท่อเชื่อมโลหะที่นำมาใช้บรรจุอากาศ หรือ ไนโตรเจน ณ ความดันที่เกินกว่า 0.5 บาร์รายละเอียดปรากฏใน Directive 87/404/EEC ซึ่งยังมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2535
22ของเล่น หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่มีการออกแบบและทำให้สำหรับเด็กอายุ ไม่เกิน 14 ปีเล่น รายละเอียดปรากฏใน Directive 88/378 ซึ่งยังมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือน มกราคม 2533
23 ระบบรถไฟภายในยุโรป รายละเอียดปรากฏใน Directive 96/48/EC ซึ่งยังมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2539

นอกจากนี้ สหภาพยุโรปกำลังอยู่ระหว่างเตรียมการออกกฎระเบียบเครื่องหมาย CE สำหรับสินค้าโลหะมีค่า และ หลอดไฟเรืองแสง อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้ว EU Directives จะให้ระยะเวลาผ่อนผันกับผู้ประกอบการในการ ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎระเบียบนั้น แต่เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาผ่อนผันแล้ว ผู้ผลิตจะต้องใช้เครื่องหมาย CE กำกับ บนสินค้า จึงจะสามารถวางขายได้ในตลาดยุโรป


ที่มา    http://siamdiecut.com/article/21-ce.html

4
Microchip PIC / บั้กของ xc8 ?
« on: August 28, 2018, 10:02:25 am »
ผมเขียนโค้ดของ 12F683  ซึ่งปกติใช้ใน XC8 เวอร์ชั่น 1.45 ก็ใช้งานได้ดี แต่พอเพิ่งเปลี่ยนเป็น เวอร์ชั่น 2.00 ปรากฎว่ามันไม่รู้จักตัวแปรแบบบิทซะงั้น






ผมลองเปลี่ยนตัวแปนแบบบิทเป็นอินทีเจอร์มันก็ผ่าน มาติดตราง void หน้าคำสั่ง interrupt อีก ตอนนี้เลยไม่กล้าใช้ 2.00 

ไม่ทราบมีใตรเจอปัญหาอะไรอีกบ้างไหมครับ ?

ที่ผมเคยเจอ
- 12F509 เซทขา 5 เป็นเอ้าพุทไม่ได้ แต่แอสแซมบลี้ไม่มีปัญหา (เจอตั้งแต่ 1.33 ก่อนหน้านั้นไม่ได้ลอง)
- 12F1840 มันรันแต่ใน interrupt routine แต่คำสั่งใน main loop มันข้ามเฉยเลย ถ้าตัดส่วนอินเตอร์รัพท์ออก โปรแกรมในเมนถึงจะทำงาน (เป็นกับชิพเบอร์นี้ ยังงงอยู่)

5
เรียบร้อยแล้ว   ขอขอบคุณบอร์ดนี้ครับ   ;D

ขายกล้องส่องภาพความร้อน FLUKE VT02 สภาพเยี่ยม

ของจากตัวแทนเมเชอร์โทรนิกส์แท้ (ซื้อจากอิเล็คฯ ซอร์ส) ถ่าน2เอ 4 ก้อนในรูป ไม่มีนะครับเพราะอยู่ในกล้องแล้ว
เมโมรี่ที่ให้มามีขนาด 1 GB แต่เหลือๆ เพราะแต่ละรูปใช้แค่ 45 kB

ใช้งานได้สมบูรณ์แบบเพราะไม่ค่อยได้ใช้
ขอขายราคา 15000 บาทรวมส่ง EMS ครับ 
ติดต่อ tatree_b@yahoo.com  โทร. 061-3542939  ผมไม่มีไลน์ครับ แต่ติดต่อทางอีเมล์จะสะดวกที่สุด

BtbItN.jpg" border="0

BtbMlV.jpg" border="0

Btlixg.jpg" border="0

BtjNC1.jpg" border="0

Btj4g2.jpg" border="0

BtjzSW.jpg" border="0

BtjSHg.jpg" border="0

Btj7qn.jpg" border="0

Btj0fS.jpg" border="0

BtjWGQ.jpg" border="0


ภาพตัวอย่างที่เคยถ่ายครับ

BtP57f.jpg" border="0

BtPEca.jpg" border="0

BtPO2q.jpg" border="0



6
รูปการต่อวงจรทดลองเพื่อที่จะได้กราฟ กระแสออก-แรงดันออก ของส่วน Over Current Protection

1.  Input supply voltage น่าจะ 13.5 โวลต์ลองดูดาต้าชีทอีกทีแล้วกัน
2. C filter ธรรมดา ใช้อิเล็กทรอไลต์ได้
3. ดูที่กราฟ เขาปรับแรงดันออกไปเรื่อยๅ ทำหน้าที่คล้ายโหลดทำให้กระแสขาออกเพิ่มขึ้นเรื่อย จนถึงจุดนึงเช่น ประมาณ 560 มิลลิแอมป์ที่จังค์ชั่นเท้มป์ 25 องศาC จะทำให้เอาท์พุทถูกตัดเป็น 0 โวลต์
4. เป็นโวลต์มีเตอร์เพื่อใช้ดูแรงดันขาออกว่ายังเมนเทนที่ 3.3 โวลต์หรือว่าโดนตัดไปแล้ว

7
ยากมาก ครับ ... ต้องผ่าน ISO ก่อน เป็นพื้นฐาน  CE เป็นกฏหมาย เป็น Superset ของ ISO

บางอย่าง ดูแล้วไม่น่าจะได้ iso แต่ทำไม มี CE ติดข้างกล่อง งงเหมือนกัน

CE ที่หมายถึง China Export รึเปล่า

8
ลองค้นคำว่า pulse missing detector ดูไหมครับ
ความถี่เป็น 0 คงต้องคำนวนค่าของ window ว่าเท่าไหร่จึงเหมาะสม ส่วน output จะรับจากวงจรนี้เข้าไปทริกวงจรอะเตเบิ้ลของ 555 ที่ตั้งไว้ 1 Hz ( T = 1.1 RC)  หรือใช้ทรานซิสเตอร์ 2 ตัวก็ได้

Pages: [1] 2 3 ... 22